ทริสเรทติ้งขยับ! GDP ไทยปี 69 โต 2% ชี้ลงทุน-ส่งออกนำ แต่บริโภคยังแผ่ว หนี้ครัวเรือนกดเศรษฐกิจ
Categories : Update News, Stock Market
Public : 10/09/2026ทริสเรทติ้ง ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.0% จากเดิม 1.8% และคาดปี 2570 โตต่อเนื่องที่ 2.2% สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยการบริโภคภาคเอกชนยังถูกกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง
ทริสเรทติ้งระบุว่า การลงทุนและการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าการบริโภคภาคเอกชนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 โดย การลงทุนภาคเอกชนจะเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ หลังมีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจำนวนมาก รวมถึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มูลค่าการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ FDI คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 93% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวของไทย
[caption id="attachment_127244" align="alignnone" width="580"]
Screenshot[/caption]
ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวถึง 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการใช้จ่ายด้านเครื่องจักรอุตสาหกรรม อุปกรณ์สำนักงาน และยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระยะ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 50.7 ในเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสการลงทุน
หนี้ครัวเรือนสูง ฉุดกำลังซื้อ
ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังเป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจไทย แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ 51.8 ในเดือนกรกฎาคม 2569 จาก 49.5 ในเดือนพฤษภาคม หลังได้รับแรงหนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่ระดับความเชื่อมั่นยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 อย่างมาก
ปัจจัยสำคัญคือ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยอัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ประมาณ 87% ในปี 2568 แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียน ส่งผลให้ครัวเรือนจำนวนมากมุ่งเน้นการชำระหนี้และมีข้อจำกัดในการก่อหนี้ใหม่
ทริสเรทติ้งมองว่า แม้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยลดภาระการชำระหนี้ แต่กำลังซื้อของครัวเรือนยังฟื้นตัวได้จำกัด ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มขยายตัวในระดับต่ำต่อไปในระยะปานกลาง
ไทยช่วยไทยพลัส พยุงบริโภคระยะสั้น
สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ทริสเรทติ้งมองว่าจะช่วยพยุงการบริโภคได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังมีจำกัด
ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 พบว่ามียอดใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการ 1.236 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ผู้เสียภาษีร่วมจ่าย 5.26 หมื่นล้านบาท และภาครัฐสนับสนุน 7.1 หมื่นล้านบาท โดยมีการใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐไปแล้ว 59% ของวงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท
น้ำมันลดลงช่วยลดต้นทุนนำเข้า แต่ไทยยังขาดดุลการค้า
ด้านปัจจัยภายนอกมีแนวโน้มเอื้อต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น โดยราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดมูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
ทริสเรทติ้งปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2569 ลงเหลือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 93 ดอลลาร์ และคาดปี 2570 อยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามแนวโน้มความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายและภาวะอุปทานน้ำมันที่ผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม ไทยมีแนวโน้ม ขาดดุลการค้าต่อเนื่องถึงปี 2570 เนื่องจากการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลางยังขยายตัวสูงตามการลงทุนและการผลิตในประเทศ
จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์-เศรษฐกิจโลก
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีทิศทางดีขึ้น แต่ทริสเรทติ้งยังมองว่าความเสี่ยงด้านลบมีอยู่หลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อุปสงค์โลกที่ชะลอตัว และความผันผวนของราคาน้ำมัน
โดยเฉพาะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น อาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน ทำให้อุปทานตึงตัวและผลักดันราคาพลังงานกลับสูงขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง
ภาพรวมจึงสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “ฟื้นตัว แต่ไม่ทั่วถึง” โดยมีการลงทุนและการส่งออกเป็นเครื่องยนต์หลัก ขณะที่ภาคครัวเรือนยังต้องใช้เวลาในการลดภาระหนี้และฟื้นกำลังซื้อ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีข้างหน้า
#ทริสเรทติ้งอัพ GDP ไทยปี 2569 โต 2% ชี้ลงทุน-ส่งออกนำ แต่บริโภคยังแผ่ว #ทริสเรทติ้ง, #GDP ไทย 2569, #เศรษฐกิจไทย, #ลงทุนภาคเอกชน, #FDI, #หนี้ครัวเรือน, #ไทยช่วยไทยพลัส, #ราคาน้ำมัน, #เศรษฐกิจไทยปี 2570
