TSFC สินเชื่อโบรกเกอร์ฟื้น 8 เดือนโต 30-40% คาดสิ้นปีแตะ 6 พันล้าน รับตลาดหุ้น-วอลุ่มเทรดฟื้น

Categories : Update News, Stock Market

Public : 11/09/2026

TSFC เผยธุรกิจสินเชื่อหลักทรัพย์เริ่มกลับมาเติบโตตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย หลังปริมาณการซื้อขายและดัชนีปรับตัวดีขึ้น ดันยอดสินเชื่อ 8 เดือนแรกปี 2569 ขยายตัว 30-40% แตะระดับ 4,000-5,000 ล้านบาท คาดทั้งปีอยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท ขณะที่หลักประกันกว่า 10,000 ล้านบาท ทำให้ LTV ต่ำกว่า 50% พร้อมเดินหน้าพัฒนารองรับ Benchmark Bond หนุนโครงการ Bond Connect ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC เปิดเผยว่า TSFC ยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักและหน่วยงานสนับสนุนตลาดทุนไทย โดยมีบทบาทสำคัญในการดูแลสภาพคล่องให้กับระบบตลาดทุน ขณะที่ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเข้ามาถือหุ้นใน TSFC เพิ่มเป็น 40%

ปัจจุบัน TSFC มีฐานลูกค้าหลักทรัพย์ที่ใช้บริการสินเชื่อเกือบ 30 ราย ครอบคลุมทั้งโบรกเกอร์ที่เป็นสถาบันการเงิน โบรกเกอร์อิสระ และโบรกเกอร์ต่างประเทศ โดยมียอดสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ยอดสินเชื่อขยายตัวประมาณ 30-40%

นายอุดมการกล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อเริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดสินเชื่อปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ในปีนี้ปริมาณการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ประกอบกับดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้สินเชื่อของโบรกเกอร์ฟื้นตัวตามไปด้วย

“สินเชื่อโบรกเกอร์” ฟื้นตามวอลุ่มตลาด

สำหรับปี 2569 TSFC คาดว่ายอดปล่อยสินเชื่อจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท สอดคล้องกับภาวะตลาดที่กลับมาคึกคักมากขึ้น โดยปัจจุบันมีมูลค่าหลักประกันที่นำมาวางจำนองค้ำประกันประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV อยู่ในระดับต่ำกว่า 50%

หลักประกันที่ TSFC รับในปัจจุบัน ได้แก่ หุ้นสามัญและ Depositary Receipt (DR) ขณะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเพื่อรองรับ Benchmark Bond ในอนาคต เพื่อสนับสนุนโครงการ Bond Connect ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

ทั้งนี้ การกำหนดวงเงินสินเชื่อของหุ้นแต่ละตัว TSFC จะพิจารณาทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค โดยให้ความสำคัญกับปริมาณการซื้อขาย สภาพคล่อง และความผันผวนของหุ้น รวมถึงนำความผันผวนของตลาดโดยรวมมาประกอบการพิจารณา เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ

ด้วยแนวทางการปล่อยสินเชื่ออย่างมีวินัยและมีความรับผิดชอบ ทำให้ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา TSFC สามารถรักษาอัตราส่วนหนี้เสีย หรือ NPL Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 0.5%

โบรกเกอร์ปรับโมเดล สู่ Wealth Management

นายอุดมการกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ในอุตสาหกรรมจะทยอยลดลงจากการควบรวมกิจการ แต่ความต้องการใช้สินเชื่อโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากโบรกเกอร์ต้องการเงินทุนเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ รวมถึงนำไปปล่อยต่อให้ลูกค้าเพื่อใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ทิศทางธุรกิจของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่กำลังปรับเปลี่ยนไปสู่ Wealth Management และ Private Banking ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับสถาบันการเงินระดับโลก ทำให้ในปีนี้ผลประกอบการและกำไรของธุรกิจโบรกเกอร์เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อวัน รวมถึงรายได้จากการนำเสนอและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้าน Wealth Management ให้แก่ลูกค้า

สำหรับบทบาทของ TSFC ในระยะต่อไป จะมุ่งสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนโบรกเกอร์ในการขยายธุรกิจ Wealth Management ควบคู่กับการทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนสภาพคล่องให้กับระบบตลาดทุนไทย