สรรพากร โชว์ฝีมือเก็บภาษีปี 69 คาดทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้า 4 หมื่นล้านบาท

Categories : Update News, Finance

Public : 11/09/2026

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “ผลการปฏิบัติราชการ ของกรมสรรพากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  ด้านการบริหารการจัดเก็บภาษีสะสมถึงเดือนสิงหาคม 2569 ได้ 2.162 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.35 ของประมาณการรายได้ทั้งปีงบประมาณซึ่งกำหนดไว้ที่ 2.44 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าทั้งปีงบประมาณจะสามารถจัดเก็บภาษีได้มากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 4 หมื่นล้านบาท

 

เป็นผลมาจาก การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งที่มาจากการนำเข้าล่าสุดจัดเก็บได้กว่า 3.8  แสนล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากสินค้าภายในประเทศ ได้อีกกว่า 6 แสนล้านบาท รวมถึงการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดา ก็สามารถขยายฐานใหม่ ได้เพิ่มขึ้นได้กว่า 1.7 แสนราย จากจำนวนฐานภาษีบุคคลธรรมดาที่มีการยื่นแบบอยู่แล้วกว่า 12 ล้านราย สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว่ให้เพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีรายใหม่ไม่น้อยกว่า 1.49 แสนราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กว่า 5.6 หมื่นราย  ซึ่งคนรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่เหมือนก่อน เขายินดีและเป็นฝ่ายที่เข้ามาขอสอบถามเรื่องการยื่นเสียภาษีที่ถูกต้องเอง เพราะเขาต้องการเข้าสู่ระบบและหลายคนต้องการยกระดับกิจการตัวเองเข้าไปสู่ตลาด MAI

               

ทั้งนี้ ผลการจัดเก็บภาษีที่สูงกว่าประมาณการเป็นผลจากการใช้ Data Analytics และ Digital Technology ประกอบกับการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งทำให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศขยายตัว ซึ่งเป้าหมายประมาณการจัดเก็บภาษีปี 2570 ของกรมสรรพากร อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท เช่นกัน

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ โดยคืนภาษีแบบ Fast Track ด้วยการพิจารณาจากส่วนกลาง เพื่อบรรเทาภาระในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนจากปัจจัยภายนอก

สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องหลายมาตรการ แบ่งเป็น

1. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ เช่น มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยการขยายระยะเวลาการให้หักรายจ่ายการลงทุนและการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax ได้ 2 เท่า, มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุน Digital Transformation ของ SMEs

2. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา, มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการกีฬา โดยการขยายระยะเวลาการให้หักลดหย่อนและหักรายจ่ายการบริจาคให้แก่องค์กรกีฬาระดับประเทศและระดับจังหวัดผ่านระบบ e-Donation ได้ 2 เท่า

3. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาสังคม เช่นการปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม [Social Enterprise (SE)] โดยเพิ่ม สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมและกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

4. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนใช้พลังงานทดแทน โดยการให้หักลดหย่อนค่าซื้อและค่าติดตั้ง Solar Rooftopได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท, มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอนุรักษ์พลังงาน โดยการให้หักค่าใช้จ่ายและรายจ่ายการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงหรือวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (ฉลาก 5 ดาว) ได้ 1.5 เท่า

5. มาตรการภาษีที่ส่งเสริมและสนับสนุนการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ โดยการให้หักลดหย่อนค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทในแต่ละปีภาษี

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ

กรมสรรพากรในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ Committee on Fiscal Affairs (CFA)ของ OECD เป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่ได้รับ Technical Opinion จาก Working Party ภายใต้คณะกรรมการของ OECD นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังมีความก้าวหน้าในการยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศอีกหลายประการ เช่น

- การลงนามในความตกลงพหุภาคีเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล GloBE Information Return [Multilateral Competent Authority Agreement on the Exchange of GloBE Information (GIR MCAA)] เพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม (Top-Up Tax)

- การเข้ารับการประเมินการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลภาษีที่ได้รับจากต่างประเทศโดยคณะผู้ประเมินจาก Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes ของ OECD ซึ่งผ่านการประเมินและได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาการดำเนินการต่อไป

- การลงนามบันทึกความเข้าใจ [Memorandum of Understanding (MOU)] ระหว่างกรมสรรพากรกับ National Tax Service (NTS) สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันการพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ด้านการพัฒนาบริการดิจิทัล

กรมสรรพากรสามารถพัฒนาบริการดิจิทัลได้ตรงตามความต้องการของผู้เสียภาษี ดังจะเห็นได้จากมีผู้ใช้บริการดิจิทัลต่าง ๆ เพิ่มขึ้นดังนี้

 

- e-Filing คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 96.05 ของการยื่นแบบแสดงรายการภาษีทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 94.52 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูล กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Pre fill) ผ่านระบบ D-MyTax

- e-Tax Invoice & e-Receipt มีผู้ประกอบการใช้บริการ 22,259 ราย เพิ่มขึ้นจาก ปี 2568 จำนวน 4,719 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.90 ครอบคลุมสถานประกอบการ 207,965 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 8,810 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 4.42

- e-Withholding Tax มีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายใช้บริการ 20,240 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 2,755 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.76

นอกจากนั้น ยังมีการเปิดบริการดิจิทัลใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เช่น

- ขยายบริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน Open API ให้รองรับแบบ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.54, ภ.พ.30 และ ภ.พ.36

- ขยายบริการ e-Stamp Duty สำหรับตราสารที่เป็นกระดาษ (อ.ส.4, อ.ส.4ก และ อ.ส.4ข) ผ่านเว็บไซต์และ Open API

- เปิดบริการ e-Filing สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดก (ภ.ม.60)”

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผลการปฏิบัติราชการดังกล่าวยืนยันถึงความตั้งใจแน่วแน่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรทุกคนในการปฏิบัติพันธกิจ “จัดเก็บภาษีตรงเป้า นโยบายตรงกลุ่ม บริการตรงใจ” เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ว่า “องค์กรชั้นนำที่จัดเก็บภาษีอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ด้วยนวัตกรรมและบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลัง””