ครั้งแรก!!! PTG ส่ง MaxMe จับมือ MEA. เชื่อม Digital Ecosystem ผนึกแต้มแลกส่วนลดค่าไฟ ขยายสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค
Categories : Update News, Stock Market
Public : 17/09/2026
MEA ผนึก MaxMe ของ PTG เชื่อม Digital Ecosystem เปิดทางลูกค้านำแต้มของทั้ง 2 องค์กรมาใช้แลกสิทธิประโยชน์และเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้า หวังยกระดับบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค พร้อมต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ความร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ MaxMe แพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กลุ่ม PTG มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมฐานสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของทั้ง 2 องค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการนำแต้มสะสมมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น
นายรังสรรค์ พวงปราง กรรมการบริษัท แมกซ์ มี คอร์ป จำกัด กล่าวว่า ทั้ง MEA และ MaxMe ต่างมีฐานลูกค้าของตัวเอง โดย MEA มีฐานผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ขณะที่ MaxMe มีพันธมิตรที่หลากหลายและครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค จึงมองเห็นโอกาสในการร่วมมือเพื่อเพิ่มความสะดวกและสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าของทั้ง 2 ฝ่าย
นอกจากนึ้ MaxMe ยังเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้บริการรับชำระเงินแทน ทำให้สามารถนำบริการชำระค่าไฟของ MEA เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม MaxMe ได้
จ่ายค่าไฟผ่าน MaxMe ใช้แต้มลดค่าไฟ
จุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้ คือ ลูกค้าสามารถชำระค่าไฟฟ้า MEA ผ่าน MaxMe และนำแต้มมาใช้เป็นส่วนลดในการชำระค่าไฟได้ จากเดิมที่ค่าไฟต้องชำระเต็มจำนวนตามยอดเรียกเก็บ
นอกจากนี้ หากลูกค้าไม่ต้องการนำแต้มไปลดค่าไฟ ยังสามารถนำแต้มไปแลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากร้านค้าและพันธมิตรของกลุ่ม PTG ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้แต้มให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการประมาณ 4.3 ล้านราย ขณะที่มีผู้ใช้งาน MEA Smart Life มากกว่า 3 ล้านราย และมีผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันประมาณ 1 ล้านราย โดย MEA Point ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน มีสมาชิกประมาณ 3-4 แสนราย
MEA มองว่าการเพิ่มความหลากหลายของสิทธิประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการใช้งาน MEA Point โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนเมืองที่หันมาใช้บริการต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น
ผนึกฐานสมาชิก 25 ล้านราย
สำหรับฝั่ง MaxMe ภายใต้ระบบสมาชิกของ PTG มีฐานสมาชิกประมาณ 25 ล้านราย ขณะที่ MEA มีลูกค้าประมาณ 3-4 ล้านราย โดยทั้งสองฝ่ายมองว่าการเชื่อมระบบไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายฐานลูกค้า แต่เน้นการเพิ่มทางเลือกและสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกเดิมของทั้งสององค์กร
นายรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นลักษณะของ Win Partnership ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถนำจุดแข็งของตัวเองมาสร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยในอนาคต MEA ยังมีบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากบริการไฟฟ้าที่สามารถนำมาต่อยอดบน Digital Ecosystem ร่วมกันได้
ขณะที่ MEA ระบุว่า ความร่วมมือกับ MaxMe ถือเป็นครั้งแรกที่ MEA เข้ามาจับมือกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าว เพื่อยกระดับการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และสร้างคุณค่าจาก MEA Point ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น
ทั้งนี้ การเจรจาความร่วมมือใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในหลักการว่าต้องการสร้างประโยชน์ให้ลูกค้าและประชาชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก MEA เป็นหน่วยงานภาครัฐ จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานมีความถูกต้องและโปร่งใส
