พพ.ปั้น 80 โรงแรมต้นแบบใน 10 จังหวัด ดัน 5,000 แห่งเข้าEnPI–CF-Hotels สู่ Low Carbon Tourism
Categories : Update News, ESG News, Energy
Public : 23/09/2026พพ.ปั้น 80 โรงแรมต้นแบบใน 10 จังหวัด ดัน 5,000 แห่งเข้า EnPI–CF-Hotels ใช้ Energy Gap เจาะจุดลดพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ลดต้นทุนกว่า 20-30% พร้อม เปิดทาง Soft Loan–Green Loan–ESCO ดันไทยสู่ Low Carbon Tourism
22 กันยายน 2569 – นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ลงนาม MOU ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมโรงแรมไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เดินหน้ายกระดับภาคท่องเที่ยวสู่ Low Carbon Tourism โดยใช้การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเป็นกลไกลดต้นทุน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมไทย
ความร่วมมือครอบคลุมตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และที่พัก โดยนำข้อมูลการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนมาใช้วิเคราะห์และวางแผนปรับปรุงระบบพลังงานให้เหมาะกับแต่ละสถานประกอบการ
หัวใจสำคัญคือการนำ Energy Performance Indicator (EnPI) มาใช้วิเคราะห์ Energy Gap เพื่อค้นหาจุดที่ใช้พลังงานสูงหรือมีโอกาสลดการสูญเสีย ก่อนกำหนดมาตรการปรับปรุงที่สามารถวัดผลได้ทั้งด้านการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย
ดัน 5,000 โรงแรมเข้าสู่ระบบ EnPI–CF-Hotels
นางสาวนันธิกา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือผลักดันโรงแรมกว่า 5,000 แห่ง เข้าร่วมประเมินและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ EnPI และ Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) เพื่อสร้างฐานข้อมูลด้านพลังงานและคาร์บอนของภาคท่องเที่ยว และนำไปใช้ยกระดับประสิทธิภาพโรงแรมไทย
ปัจจุบันระบบ CF-Hotels สามารถใช้ติดตามและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงแรม ครอบคลุมทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ขณะที่ข้อมูลจาก EnPI จะช่วยกำหนดแนวทางปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ
เป้าหมายต่อเนื่องคือการยกระดับโรงแรมสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ โรงแรมเบอร์ 5, Green Hotel, Green Hotel Plus ไปจนถึงมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล เช่น Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Good Travel Seal
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก Scope 2 ลง 10% โดยใช้ข้อมูลจากระบบ CF-Hotels เป็นฐานติดตามผลการลดคาร์บอนของภาคท่องเที่ยว
นำร่อง 80 โรงแรม 10 จังหวัด
ระยะแรก ทั้ง 5 หน่วยงานเตรียมเดินหน้า โครงการโรงแรมต้นแบบด้านพลังงาน คัดเลือกโรงแรมระดับ 2–5 ดาว จำนวน 80 แห่ง ในปีงบประมาณ 2570 ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และภูเก็ต
โรงแรมที่เข้าร่วมจะเริ่มจากการประเมิน EnPI และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานเพื่อหา Energy Gap ก่อนลงพื้นที่สำรวจและออกแบบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม
พพ. และ กฟผ. จะสนับสนุนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถสร้างผลประหยัดได้จริง พร้อมติดตามผลด้านการใช้พลังงาน ค่าใช้จ่าย และการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยหลัก Measurement and Verification (M&V) เพื่อให้สามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
เปิดทาง Soft Loan–Green Loan ลดภาระลงทุน
นางสาวนันธิกา กล่าวว่า อีกโจทย์สำคัญคือการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากการเปลี่ยนอุปกรณ์และปรับปรุงระบบพลังงานต้องใช้เงินลงทุน
ภายใต้ความร่วมมือ 5 หน่วยงานจึงเตรียมสนับสนุนกลไกทางการเงิน ทั้ง Soft Loan, Green Loan รวมถึงรูปแบบ Energy Service Company (ESCO) และ Energy Performance Contract (EPC) เพื่อลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้น และเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานได้ตามศักยภาพและความพร้อม
นอกจากนี้ จะร่วมกันสร้างการรับรู้เรื่อง Low Carbon Tourism ผ่านการประชาสัมพันธ์โรงแรมต้นแบบและกิจกรรมท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เพื่อให้ “โรงแรมคาร์บอนต่ำ” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ และรองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การยกระดับภาคท่องเที่ยวถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2050 และ NDC 3.0 ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 60% หรือ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากปีฐาน 2019
สำหรับกรอบความร่วมมือมีระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2569–2574 ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูล การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาโรงแรมต้นแบบ การนำเทคโนโลยีมาใช้กับโรงแรมตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานและการสื่อสารตลาด
เป้าหมายสำคัญคือทำให้ “ลดพลังงาน–ลดต้นทุน–ลดคาร์บอน” ไม่ใช่เพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
