เอเซีย พลัส ชี้น้ำมันทะลุ $103 กดหุ้นโลกผันผวน ลุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง แนะ Selective Buy หุ้น Domestic Play–DR ชู BDMS-CPN-ADVANC ฝ่าตลาดผันผวน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 24/09/2026เอเซีย พลัส ชี้น้ำมันทะลุ $103 กดหุ้นโลกผันผวน ลุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง แนะ Selective Buy หุ้น Domestic Play–DR ชู BDMS-CPN-ADVANC ฝ่าตลาดผันผวน
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนประจำวันว่า ตลาดหุ้นโลกกลับมาเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อทั้งฝั่งต้นทุน (Cost-Push Inflation) และฝั่งอุปสงค์ (Demand-Pull Inflation) หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้น และตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้
ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน หลังสหรัฐฯ พิจารณามาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลผ่านความร่วมมือกับโรงกลั่น ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ตลาดกังวลภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว
ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งอุปสงค์เพิ่มขึ้น หลังดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือนกันยายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้ FedWatch Tool เพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าสัญญาณ Dot Plot ที่สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี พุ่งทะลุ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ Bond Yield ระยะสั้นปรับขึ้นเร็วกว่าระยะยาวจนเกิดภาวะ Bear Flattening และเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงที่เส้นอัตราผลตอบแทนอาจกลับมาเป็น Inverted Yield Curve ซึ่งในอดีตมักถูกใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
สำหรับตลาดหุ้นไทย บล.เอเซีย พลัส มองว่ามีปัจจัยบวกจากตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคม 2569 โดย Consensus คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 24.8% YoY จากเดือนก่อนหน้าที่เติบโต 21.6% สะท้อนการฟื้นตัวของการค้าโลก และมีโอกาสเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ ตั้งแต่กรณีที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเดินหน้าตามกำหนด กรณีที่พบปัญหาแต่ผลกระทบจำกัด ไปจนถึงกรณีที่ส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมและทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง
ฝ่ายวิจัยระบุว่า จากการศึกษาสถิติผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในช่วงวิกฤตการเมืองระหว่างปี 2006–2022 ตลาดมักปรับตัวลดลงเฉลี่ย 3.66% ในช่วง 30 วันก่อนทราบผลจากความกังวลของนักลงทุน ก่อนฟื้นตัวเป็นบวกเฉลี่ย 0.92% ในช่วง 30 วันหลังความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันยังมีแรงกดดันจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง 2 วัน รวมประมาณ 4.1 พันล้านบาท ทำให้มองว่า Upside ของ SET ยังจำกัด โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,610 และ 1,630 จุด

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวและได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนภายนอกจำกัด โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า ซึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและเข้าสู่ช่วง High Season กลุ่มบริการสุขภาพและการแพทย์ที่มีจำนวนผู้ป่วยไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและรับเหมาก่อสร้างที่ได้ประโยชน์จากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ตลอดจนการลงทุน Data Center และ Smart City
นอกจากนี้ ยังแนะนำกระจายการลงทุนผ่าน DR ที่อิงกับหุ้นกลุ่ม AI และ Cybersecurity ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเติบโตของเทคโนโลยีและความต้องการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยมีความเชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศน้อยกว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน ได้แก่ META80 ได้แรงหนุนจากการเปิดตัวและสร้างรายได้จากโมเดล AI “MUSE” ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้งาน CPU และ Cloud, PANW80 รับประโยชน์จากการยกระดับมาตรฐานด้าน AI และ Data Privacy ซึ่งหนุนการลงทุน Cybersecurity, BDMS ที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัว โดยรายได้โรงพยาบาลช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมเติบโต 8–9% YoY และราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่ม, CPN ที่กำไรไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มแข็งแกร่งจากกิจกรรมการตลาดและร้านค้าใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 และ ADVANC ที่คาดกำไรไตรมาส 3/2569 เติบโต YoY และมีแรงหนุนต่อเนื่องจากความต้องการ Digital Infrastructure, Smart City, ClicX และ Data Center
ทั้งนี้ เอเซีย พลัสยังให้น้ำหนักกับการเลือกลงทุนเป็นรายตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงาน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ FED โดยมองว่าหุ้นที่มีปัจจัยเติบโตเฉพาะตัวและได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นทางเลือกที่ช่วยจำกัดความผันผวนของพอร์ตในระยะสั้น
