ASPS ประเมินผลกระต่อเศรษฐกิจช่วงน้ำท่วมกรุงเทพ 5,000-1 หมื่นล้านกดจีดีพีไตรมาส3โตน้อยลง พร้อมแนะหุ้นได้ อานิสงส์
Categories : Update News, Stock Market
Public : 05/10/2026ASPS ประเมินผลกระต่อเศรษฐกิจช่วงน้ำท่วมกรุงเทพ 5,000-1 หมื่นล้านกดจีดีพีไตรมาส3โตน้อยลง พร้อมแนะหุ้นได้ อานิสงส์
บล เอเชียพลัส เปิดเผยว่า ผลจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่ชะลอตัวลง จะทำให้ ธนาคารกลางสหรัฐชะลอ การปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นดูดีขึ้นได้ แต่ก็ต้องระวังแรงขายของ ต่างชาติ ด้วจเพราะขณะนี้ถือว่าเป็นการขายหนักสุด ของปี กว่า 2.68 หมื่นล้านบาทซึ่งทุกระดับการขาย 5,000 ล้านบาท จะกดดัชนี
นอกจากนี้ เศรษฐกิจและตลาดทุนไทย กำลังเผชิญความท้าทายจากทิศทางนโยบายการเงินและปัจจัยธรรมชาติพร้อมกัน โดยนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 1.00% เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านและมีหนี้สาธารณะสูง อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 ที่คาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะระดับ +3.0% YoY (เพิ่มขึ้นจาก +2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า) อาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ กนง. ต้องกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากเงินเฟ้อยังทรงตัวอยู่ในระดับกรอบบนของเป้าหมายนานเกินไป
อีกทั้ง ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับเตือนภัยสภาพอากาศช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569จากฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ไทยตอนบน โดยการประเมินเบื้องต้นกรณีน้ำท่วมขังราว 1 สัปดาห์ คาดว่าจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 5,000 – 10,000 ล้านบาท และฉุดให้การเติบโตของ GDP ในไตรมาส 3/2569 ชะลอลงเหลือ 2.1% – 2.3% พร้อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4
สำหรับความเคลื่อนไหวของ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติได้เร่งขายสุทธิหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงถึง 26,800 ล้านบาท (2.68 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการขายสุทธิรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดในรอบ 39 สัปดาห์ของปี 2569 สถิติชี้ชัดว่าในสัปดาห์ใดก็ตามที่ต่างชาติขายสุทธิเกิน 5,000 ล้านบาท ดัชนี SET Index จะปรับตัวลดลงเสมอทุกครั้ง (เกิดขึ้น 9 ครั้งในปีนี้ และ SET ปรับลงทั้ง 9 ครั้ง) ประกอบกับสัดส่วนการซื้อขายของต่างชาติที่หมุนเวียนสูงกว่า 60% ต่อวัน ทำให้ทิศทางเงินทุนต่างชาติตามการเคลื่อนไหวของ Bond Yield โลกยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดจังหวะการฟื้นตัวของ SET Index
เปิดโผกลุ่มอุตสาหกรรมรับอานิสงส์และกลยุทธ์การลงทุน จากการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้จำแนกกลุ่มหุ้นออกเป็น 4 ระดับดังนี้:
- กลุ่มสวนกระแสน้ำ (ได้รับประโยชน์):กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่ได้รับแรงหนุนจากการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานหลังน้ำลด
- กลุ่มยังพอได้แรงหนุน: กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มอาหาร จากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ยารักษาโรค และการดูแลสุขภาพ
- กลุ่มอยู่ในโซนเฝ้าระวัง: กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มเกษตร และกลุ่มธนาคารพาณิชย์
- กลุ่มเริ่มถูกน้ำกด (ได้รับผลกระทบทางลบ): กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเช่าซื้อ (Non-Bank) จากอุปสรรคในการเดินทางและการชะลอตัวของกำลังซื้อ
