WP ปลื้ม! ทริสฯจัดอันดับเครดิตองค์กร“BBB” แนวโน้ม Stableตอกย้ำฐานะการเงินมั่นคง – กระแสเงินสดมีเสถียรภาพพร้อมลุยขยายธุรกิจเต็มพิกัด หนุนเติบโตระยะยาว
Categories : Update News, Stock Market
Public : 08/10/2026บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) เผย“ทริสเรทติ้ง” จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable” ฟากผู้บริหาร “ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง” ระบุ สะท้อนความแข็งแกร่งฐานะการเงินมั่นคง กระแสเงินสดมีเสถียรภาพ การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ พร้อมรุกขยายธุรกิจ LPG โซลาร์รูฟท็อป และธุรกิจใหม่ เพิ่มฐานกำไร และสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (WP) เปิดเผยว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สะท้อนถึงฐานะเงินทุนที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพ
“การได้รับการจัดอันดับเครดิตครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับต่อศักยภาพของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเติบโตและความสามารถในการสร้างกำไร โดยเฉพาะบทบาทของผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ของประเทศไทย รวมถึงมีความสามารถในการรองรับแผนการลงทุนในอนาคต” นางสาวชมกมล กล่าว
โดย ทริสฯ ระบุว่า ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ยังคงมีเสถียรภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากการกำหนดราคา LPG ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล รวมไปถึง การควบคุมดูแลต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ และการปรับสัดส่วนลูกค้าไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการกระจายแหล่งจัดหา LPG โดยเพิ่มการซื้อจากแหล่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเมื่อปริมาณการซื้อจากแหล่งนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะเดียวกันการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป ยังเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มีศักยภาพการเติบโตนอกเหนือจากธุรกิจ LPG ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 13.7 เมกะวัตต์ ซึ่งสัญญาระยะยาวที่สร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงในการดำเนินงานที่ค่อนข้างต่ำของโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัทฯ
ทริสเรทติ้งคาดว่า EBITDA ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 600-650 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571โดย EBITDA Margin คาดว่าจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับประมาณ 3.7%-3.8%จาก 3.5%ในปี 2568โดยได้รับการสนับสนุนจากสัดส่วนลูกค้าที่ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น
สถานะเงินสดสุทธิในปัจจุบันของบริษัทเอื้อให้สามารถลงทุนเพิ่มเติมได้ ภายใต้สมมติฐานกรณีพื้นฐานในช่วงปี 2569-2571 กําหนดให้บริษัทมีเงินลงทุนรวม 1,850 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินลงทุนเพื่อบํารุงรักษาธุรกิจ LPG จํานวน 810 ล้านบาท เงินลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้สัญญา Private PPA จํานวน 500 ล้านบาท และงบประมาณสําหรับการเข้าซื้อกิจการหรือการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นจํานวน 540 ล้านบาท
