บัวหลวงเปิด กลยุทธ์ลงทุน และปัจจัยที่ต้องจับตาเดือนพ.ย.เน้น Defensive–Yield Play ควบคู่หุ้นกำไรเด่นและปัจจัยเฉพาะรับตลาดผันผวน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 02/11/2026บัวหลวงเปิด กลยุทธ์ลงทุน และปัจจัยที่ต้องจับตาเดือนพ.ย.เน้น Defensive–Yield Play ควบคู่หุ้นกำไรเด่นและปัจจัยเฉพาะรับตลาดผันผวน
โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์
BLS Wealth Research
🔻 หุ้นไทยปรับฐาน แต่โอกาสยังอยู่ในหุ้นที่กำไรแข็งแกร่งและมีเงินปันผลรองรับ
เดือน ต.ค. SET ลดลง 2.6% MoM แต่ยังเพิ่มขึ้น 20.6% YTD โดยแรงกดดันกระจุกในอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งลดลง 20.5% MoM โดยเฉพาะ DELTA ที่กดดัชนีประมาณ 30 จุด หรือ 73% ของการลดลงทั้งเดือน และกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP −6.3% MoM และ SPRC −4.2% MoM
ขณะที่ดัชนีหุ้นปันผลสูง SETHD เพิ่มขึ้น 2.7% MoM สะท้อนการหมุนกลุ่มลงทุนเข้าหุ้นปันผลและธุรกิจที่ทนต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ แม้ดัชนีโดยรวมปรับลง
กลุ่มที่แข็งแกร่ง ได้แก่ พลังงานที่ไม่ใช่โรงกลั่นปรับขึ้น นำโดย PTT +3.1% MoM และ PTTEP +14.6% MoM รวมถึงโรงไฟฟ้า GULF +3.4% MoM, GPSC +5.9% MoM และ BGRIM +2.2% MoM ขณะที่ธนาคารเพิ่มขึ้น 3% MoM ค้าปลีกสินค้าจำเป็นและห้างสรรพสินค้าเด่น ได้แก่ BJC +12.6% MoM, CRC +14% MoM และ CPN +3.7% MoM ส่วนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 2% MoM และประกันเพิ่มขึ้น 1.5% MoM
🔻 ต่างชาติขายสุทธิ แต่ยังเลือกสะสมหุ้นนอกอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ประมาณการกำไรตลาดยังเพิ่มขึ้น
ต่างชาติขายสุทธิเดือน ต.ค. ประมาณ 6.6 พันล้านบาท แต่ตั้งแต่ต้นปียังซื้อสุทธิประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ด้าน NVDR สัปดาห์ล่าสุดมีแรงขายหนักใน DELTA
ขณะที่ฝั่งซื้ออยู่ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ, ห้างสรรพสินค้า, โรงไฟฟ้า, โรงพยาบาล เช่น PTTEP, CRC, CPN, TRUE, BDMS และ GULF สะท้อนว่าเม็ดเงินยังเลือกลงทุนเป็นรายกลุ่ม
ด้านประมาณการกำไร SET เพิ่มขึ้น 1.3% MoM ในเดือน ต.ค. และ 18.1% จากต้นปี หุ้นที่ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการอยู่ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ, ค้าปลีกของใช้จำเป็น, เครื่องดื่ม เช่น EGCO, GULF, PTTEP, BJC, COM7, TRUE, ICHI และ OSP จึงยังมีโอกาสคัดเลือกหุ้นที่กำไรเดินหน้าต่อ แม้ตลาดเผชิญแรงขายลดความเสี่ยง
🔻 อิเล็กทรอนิกส์และโรงกลั่นยังมีความเสี่ยงเฉพาะที่ต้องแยกประเมิน
DELTA รายงานกำไรต่ำกว่าคาดประมาณ 10–12% จากการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ ขณะที่แผนบริษัทแม่ขยายฐานผลิตในมาเลเซียเพิ่มความเสี่ยงต่อการจัดสรรสินค้าและคำสั่งซื้อใหม่ในอนาคต แม้ประเมินผลกระทบระยะสั้นจำกัดและยังไม่กระทบคำสั่งซื้อปัจจุบัน
ส่วนโรงกลั่นเผชิญการปรับโครงสร้างราคา ณ โรงกลั่น คาดกระทบประมาณการกำไรปี 2026 ราว 1–2% และรับผลเต็มปีในปี 2027 โดยประเมิน downside ต่อกำไร BCP 12%, IRPC 24%, SPRC 16%, TOP 10% และ PTTGC 8%
🔻 พฤศจิกายนต้องผ่านความผันผวนสัปดาห์แรก ก่อนประเมินแรงส่งจากนโยบายและผลประกอบการ
(0/−) ติดตาม ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ วันที่ 2 พ.ย. การเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. และ Nonfarm Payrolls วันที่ 6 พ.ย. หากข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง หนุน Bond Yield และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ทิศทางสงครามหลังเลือกตั้งยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ
(+/0) ฝั่งไทยติดตามร่างเกณฑ์ Data Center ที่เตรียมเสนอ ครม. วันที่ 3 พ.ย. อาจเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า และ
(0/−) ติดตามเงินเฟ้อเดือน ต.ค. วันที่ 5 พ.ย. ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดเพิ่มเป็น 3% YoY จาก 2.8% อาจสะท้อนแรงกดดันพลังงานต่อค่าครองชีพ กำลังซื้อ รวมถึงติดตามผลประกอบการ 3Q26 แนวโน้ม 4Q26
(+/0) GDP 3Q26 ไทยคาดวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. อาจเห็น sentiment เชิงบวกจากการปรับ MPI ขึ้น หากการปรับน้ำหนักและกลุ่มตัวอย่าง MPI โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ตัวเลขการผลิตสูงขึ้น อาจเปิดโอกาสปรับประมาณการ GDP ปี 2026 จาก 2% เป็น 2.2% และปี 2027 จาก 2.5% เป็น 2.7% ฐาน GDP ที่สูงขึ้นอาจเพิ่มพื้นที่กู้ยืม
(+/0) ท่องเที่ยวเข้าสู่ High season เน้นธุรกิจที่รับนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งมีกำลังซื้อสูงกว่า โดย 9 เดือนแรก จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 4% YoY แต่รายรับรวมใกล้เคียงปีก่อน สะท้อนรายรับเฉลี่ยต่อคนเพิ่มประมาณ 4%
(+/0) ความคืบหน้า TISA คาดหนุนหุ้นปันผลสำหรับการลงทุนระยะยาวมากกว่าดัชนีโดยรวม แม้กรอบอ้างอิงในอดีตประเมินว่าแรงซื้อต่างชาติทุก 1 หมื่นล้านบาท อาจหนุน SET ราว 20 จุด แต่แรงซื้อ TISA อาจไม่ต่อเนื่องเท่าเงินต่างชาติ จึงคาดผลต่อดัชนีน้อยกว่า
🔻 ตลาดเข้าเขตขายมากเกินไป Oversold แต่ยังต้องเลือกหุ้นมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงทั้งพอร์ต
สัดส่วนหุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 สัปดาห์เพิ่มเป็น 35% สูงสุดในรอบ 1 เดือน ส่วนหุ้นที่มี RSI ต่ำกว่า 30 เพิ่มเป็น 11% สูงสุดในรอบ 10 เดือน ทั้งสองตัวชี้วัดอยู่ประมาณ +2SD เทียบค่าเฉลี่ย 1 ปี
ภาวะดังกล่าวประเมินเปิดโอกาสให้เกิดแรงซื้อกลับระยะสั้นบริเวณ SET 1,480–1,500 จุด แต่ยังไม่ยืนยันการกลับเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงสงครามและดอกเบี้ยยังสูง
🔻 กลยุทธ์: เน้น Defensive–Yield Play ควบคู่หุ้นกำไรเด่นและปัจจัยเฉพาะ
ให้น้ำหนักหุ้นที่ปันผลสูง-กำไรผันผวนต่ำ ทิศทางกำไรแข็งแกร่ง มีการปรับเพิ่มประมาณการ มีแรงซื้อสนับสนุน และเริ่มเห็นราคายืนรับแรงขาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1) Dividend & Defensive: CPN คาด Dividend Yield ปี 2027 ที่ 4.2%, OSP 5.2%, ICHI 7.6%, TLI 5.8%, BDMS 4.2% และ TRUE 4.2% พร้อมติดตามโอกาสจาก TISA ซึ่งคาดหนุนหุ้นปันผล
2) Earnings Play: AWC และ CRC รับแนวโน้มกำไรเด่นช่วง 3Q–4Q263) Event Play รับ sentiment เชิงบวกความคืบหน้าร่างเกณฑ์ Data Center: GULF และเก็งกำไรระยะสั้น EGCO (Non-rated)
