ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ดันใช้สินค้าไทยในโครงการพลังงาน เปิดทาง SMEs รับอานิสงส์ลงทุนไฟฟ้าสะอาด
Categories : Update News, Energy, Economy
Public : 03/11/2026สภาอุตสาหกรรมฯ หารือ กฟผ. เชื่อมแผนลงทุนพลังงานกับฐานการผลิตในประเทศ ผลักดันใช้ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ผลิตในไทย เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน พร้อมดึงต่างชาติร่วมลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี รองรับการขยายตัวของพลังงานสะอาดและระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันการใช้สินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) ในโครงการลงทุนด้านพลังงาน หวังให้เม็ดเงินลงทุนในระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาดสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงงานจัดซื้อจัดจ้างและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมพลังงาน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าหารือกับ ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเชื่อมโยงแผนลงทุนด้านพลังงานกับการพัฒนาฐานการผลิตในประเทศ ภายใต้แนวทาง Reinvent Thailand
ความร่วมมือดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากประมาณ 20% เป็น 50% ภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยมีแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 24,000 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลือเชื่อมโยงกับการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรงระหว่างเอกชน (Direct PPA) ตามทิศทางนโยบายที่กระทรวงพลังงานนำเสนอ
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การลงทุนด้านพลังงานในระยะต่อไป ทั้งโรงไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จะสร้างความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนจำนวนมาก หากสามารถส่งเสริมให้ใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศได้มากขึ้น จะช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย
ส.อ.ท. จึงเสนอให้ใช้ความต้องการอุปกรณ์จากโครงการลงทุนของ กฟผ. เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผู้ผลิตไทย โดยเฉพาะ SMEs พร้อมใช้กลไก Made in Thailand (MiT) สนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ และเชื่อมโยงผู้รับเหมาโครงการด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) กับผู้ผลิตไทย เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าร่วมโครงการขนาดใหญ่
ด้าน กฟผ. แสดงความพร้อมสนับสนุนการใช้สินค้าไทย โดยพิจารณาควบคู่กับมาตรฐาน คุณภาพ ราคา และความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ทันตามแผนงาน
เบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายหารือถึงโอกาสพัฒนาฐานการผลิตอุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ อุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการส่งเสริมการร่วมทุนกับต่างชาติในผลิตภัณฑ์ที่ไทยยังขาดเทคโนโลยีหรือมีกำลังผลิตไม่เพียงพอ
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ภายใต้ Reinvent Thailand ซึ่งมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data Center & AI) โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและประหยัดพลังงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางส่งเสริมเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยเชื่อมโยงฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กับแนวคิดนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมวางระบบจัดการซากเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม โดยอาจเริ่มจากโครงการนำร่อง
สำหรับขั้นตอนต่อไป กฟผ. จะสนับสนุนข้อมูลประเภทอุปกรณ์ ปริมาณความต้องการ และแผนลงทุน เพื่อให้ ส.อ.ท. นำไปประเมินโอกาสทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมผู้ผลิตในประเทศ พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อจับคู่ธุรกิจและดึงดูดการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย
ทั้งนี้ ส.อ.ท. มองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แต่ต้องเป็นโอกาสสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มการใช้สินค้าไทย และทำให้เม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศในระยะยาว
#WealthPlusToday #สภาอุตสาหกรรม #FTI #กฟผ #EGAT #ReinventThailand #LocalContent #SMEs #พลังงานสะอาด #อุตสาหกรรมไทย
