รัฐ ดึง ออมสิน – ธ.ก.ส. ปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบ
Categories : Update News, Finance
Public : 28/11/2023นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง วาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ” ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล
ประเด็นสำคัญคือ การดำเนินการผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทยเปิดระบบลงทะเบียนให้ลูกหนี้ขอรับความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบตั้งแต่ 1 ธ.ค. 66 โดยต่างจังหวัด สามารถลงทะเบียนได้ที่ ศาลาว่าการจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอ ส่วนในกรุงเทพ ลงทะเบียนที่ สำนักงานเขตทุกแห่ง ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาก มีนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลเรื่องการไกล่เกลี่ย ประนอมหนี้ ปราบปรามผู้กระทำผิด ด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม ผ่านกลไกของศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบเดิมที่มีอยู่แล้ว
หลังจาผ่านขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนแก้หนี้ โดยกระทรวงการคลัง จะให้ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อในโครงการแก้หนี้นอกระบบให้ต่อรายไม่เกิน 5 หมื่นบาท ระยะเวลาผ่อนนาน 5 ปี หรือโครงการสินเชื่อสำหรับอาชีพอิสระหรือ รายย่อย กู้ได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ผ่อนนาน 8 ปี ดอกเบี้ยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดคือไม่เกิน 15 % ต่อปี
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ธนาคารออมสิน มีโครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบวงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 1 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยเพื่อเป็นเงินทุนหรือเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ วงเงินสินเชื่อไม่เกินรายละ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 1 ต่อเดือน ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 8 ปี หรือ 96 งวด
ด้าน ธ.ก.ส. มีสินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน เพื่อสงวนรักษาที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก หรือใช้ที่ดินเป็นประกัน วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 20 ปี
สำหรับเจ้าหนี้นอกระบบ หากต้องการจะประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์กับกระทรวงการคลังได้ โดยใบอนุญาตประเภทพิโกไฟแนนซ์มีเงื่อนไขสำคัญเบื้องต้น คือ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท สามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกหนี้รายละไม่เกิน 50,000 บาท และเรียกเก็บดอกเบี้ยแบบมีหลักประกันได้ไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี และแบบไม่มีหลักประกันได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 36 ต่อปี แบบลดต้นลดดอก สำหรับใบอนุญาตประเภทพิโกพลัสต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท สามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกหนี้รายละไม่เกิน 100,000 บาท โดยสินเชื่อในส่วนที่เกิน 50,000 บาทขึ้นไป เก็บอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี แบบลดต้นลดดอก ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ไม่สามารถรับฝากเงินจากประชาชนได้ และสามารถเปิดให้บริการปล่อยสินเชื่อได้เฉพาะภายในจังหวัดที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น
ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม 2566 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 1,132 ราย ใน 75 จังหวัด (ยกเว้นอ่างทองและสิงห์บุรี) และ ณ เดือนกันยายน 2566 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วสะสมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,797,385 ล้านบัญชี รวมเป็นวงเงิน 36,431.83 ล้านบาท โดยนิติบุคคลที่สนใจประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์สามารถดูข้อมูลรายการยื่นคำขออนุญาตได้ที่ www.1359.go.th
พร้อมกันนี้ รัฐบาลมั่นใจว่ามาตรการนี้ไม่ใช่มาตรการชุดเดิมเพราะจะมีการลงมือทำพร้อมกันทั้งประเทศ และเตรียมแถลงมาตรการแก้หนี้ในระบบอีกในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นี้ เป้าหมายปลดล็อคประชาชนจากการเป็นหนี้นอกระบบให้ได้
