TLAA คาดปี67ประกันภัยรับรวม 6.6แสนล้านโตจากปีก่อน 3.61%
Categories : Update News, Insurance
Public : 21/02/2024สมาคมประกันชีวิต(TLAA) คาดปี67ประกันภัยรับรวม 6.6แสนล้านโตจากปีก่อน 3.61% ขณะที่คนไทยตื่น!สังคมสูงวัยดันเบี้ยประกันโรคร้ายแรง-เบี้ยประกันบำนาญโตพุ่ง!!
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 2567 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต2-4% จากปี2566 ที่ปิดปีธุรกิจปรักันชีวิตมีเบี้บประกันภัยรวม 6.6 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.61% และสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2567 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ไว้ที่ 2.2 - 3.2 %
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากกระแสคนรักสุขภาพ อันเนื่องมาจากการที่ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของการเกิดโรคอุบัติใหม่ เช่นโควิด - 19 สายพันธุ์ใหม่ และมลภาวะจากฝุ่น PM 2.5 มากขึ้น รวมถึงแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลให้ประชาชนหันมาใสใจดูแลสุขภาพ และ มีการทำประกันสุขภาพมากขึ้น

นอกจากนี้การที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) ทำให้ประชาชนหันมาสนใจ ใช้ประกันในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง ให้กับชีวิต
“ ธุรกิจประกันชีวิตยังคงต้องติดตามแนวโน้ม และความผันผวน ของสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศแลเศรษฐกิจโลก อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์เงินเฟ้อ และตลาดหุ้นไทย ที่ส่งผลกระทบต่อการออม การลงทุน และการใช้จ่ายของภาคประซาชน รวมถึงต้องติดตาสถานการณ์สงครามการค้าหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเกิดโรคอุบัติใหม่ เพราะส่งผลต่อความต้องการและความเชื่อมั่นของภาคประซาชนที่มีต่อธุรกิจประกันชีวิตโดยตรง” นายกสมาคมประกันชีวิตกล่าว
สำหรับปี2566 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 633,445 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.61 % เมื่อเทียบกับปี 2565 แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium)178,470 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5.06% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium)454,975 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3.06%
สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย
1.) เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) 1 12,377 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.83
2) เบี้ยประกันภัยจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) 66,093 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.18
สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตมากขึ้น ในปี 2566 คือ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและคุ้มครองโรคร้ายแรง ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 109,786 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.93 %คิดเป็นสัดส่วน 17.33 % ซึ่งหลัก ๆ มาจากการที่ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพและเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการทำประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือกับค่ารักษาพยาบาล ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (Medical Inflaion) ในขณะที่ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension) ก็ได้รับ ความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก. อันเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวรวมถึงมีการเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินช่วงวัยเกษียณกันมากขึ้น เพราะนอกจากเป็นรูปแบบการออมประเภทหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่ำแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองชีวิต และ สิทธิการลดหย่อนภาษีที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษี จึงส่งผลให้ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ(Pension) ในปี 2566 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 17,986 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 14.26 %หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.84%
จำแนกเบี้ยประกันภัยรับรวมแยกตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้
1. การขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 338,920ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.21 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 53.50%
2. การขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 239, 112ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.41 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 37.75%
3. การขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันชีวิต (Broker) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 30,808ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.19 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 4.86%
4. การขายผ่านช่องทางดิจิทัล( Digital) เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,930 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 11.07 %เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน0.30%
5. การขายผ่านช่องทางอื่น (Others) เช่น การขาย Worksite , Walkin การขายผ่านการออกบูธการขายผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ Direct Mail , Tele Marketing เป็นต้น เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 22,676ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 2.58 %เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 3.58%
