SCBAMตั้งเป้าAUMปีนี้ทะลุ2ล้านล้าน-สนตั้งกองทุนบิตคอยเพื่อรายย่อย
Categories : Update News, Wealth
Public : 12/03/2024SCBAMตั้งเป้าAUMปีนี้ทะลุ2ล้านล้านเดินหน้าออกกองทุนตราสารหนี้ -รับสนใจออกออกทุนเพื่องลงทุนในบิตคอยน์เพื่อรายย่อย
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า ในปีนี้ SCBAM ตั้งเป้ามีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (AUM) ประมาณ1.9-2ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ปิดปี มีAUM ที่1.8ล้านล้านบาทและยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมกองทุนรวม
ทั้งนี้สิ้นปี 2566 เรามี AUM ที่ 1.8 ล้านล้าน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 21% เพิ่มขึ้น 5%เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
โดยแบ่งสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินตามกลุ่มธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม (MF; Mutual Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 9.6 แสนล้านบาทซึ่งในปีนี้ จะเติบโตได้ประมาณ 5หมื่น-1แสนล้านบาทโดยเฉพาะกองทุนประเภทตราสารหนี้ ที่มีโอกาสเติบโตได้ดีซึ่งจะให้น้ำหนักประมาณ 70% ของภาพรวมทั้งหมด
2. กลุ่มธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (PF; Private Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 6.5 แสนล้านบาท ปีนี้จะเติบโต 5หมื่นถึง1แสนล้านบาทจากการมุ่งบริหารเงินให้กับธุรกิจสถาบันต่างและประกันเข้ามาในพอร์ตมากและ 3.กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD; Provident Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 2แสนล้านบาท
“ ต้องบอกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ปีนี้จะมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนเพราะดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง และแม้ทิศทางดอกเบี้ยจะลดลงแต่ไม่น่าลงอย่างรวดเร็ว อย่างมาก 1-2 ครั้งเพราะเชื่อว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะยังต้องระมัดระวังหากลงเร็วแล้วเงินเฟ้อยังสูงการจะกลับไปขึ้นดอกเบี้ยอีกจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการดำเนินนโยบายทางการเงินได้”
สำหรับกองทุนตราสารหนี้ที่จะออกนั้นจะมีอายุเกิน 1 ปี และที่ผ่านมากองทุนตราสารหนี้ของบริษัทจะให้ผลตอบแทนนักลงทุนประมาณ2% สำหรับกองทุนระยะสั้น ส่วนกองทุนระยะยาวให้ผลตอบแทน 2.7%
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าปีนี้เราจะดีขึ้นกว่าปีก่อนแน่นอน เพราะปัจจัยสสนับสนุนสำคัญ เช่น1. ความร่วมมือกับธนาคารแม่ มากขึ้นและเห็นตรงกันในเรื่องของการขยายฐานลูกค้า การใช้กลยุทธ์การลงทุนด้วยตราสารหนี้ ที่ปลอดภัยและได้ผลตอบแทนดี 2.จะเป็นปีที่บริษัทจะเก็บเกี่ยวดอกผลจากการลงทุนและพัฒนาในเรื่องต่างๆในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา เช่น การพัฒนาช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เช่นช่องทางขายผ่านดิจิทัล หรือฟันด์คลิก ที่เติบโตชัดเจนมากจากเริ่มต้น มีAUM 400 ล้านบาทเพิ่มขึ้นมา 3-4 พันล้านบาทแล้ว
ส่วน SSF ก็ได้รับความสนใจมาก มีAUM1.6 หมื่นล้านบาท จากทั้งระบบ 6หมื่นล้านบาท มึส่วนแบ่งตลาด 27% เป้าหมายจะเป็นผู้นำ ในตลาดในอนาคต
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมสนับสนุนแนวคิดการให้บลจ.ตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือบิตคอยเพื่อนักลงทุนรายย่อยเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุน และมีความปลอดภัย แต่ในการลงทุนแบบมีเงื่อนไขได้ แต่การที่ ก.ล.ต สหรัฐเปิดให้ลงทุนได้ถือเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ของตลาดทุนโลกและเชื่อว่า ก.ล.ตประเทศต่างๆก็จะมีนโยบายตามด้วย

สำหรับแนวทางหลักในการทำธุรกิจปีนี้
SCBAM วางการบริหารจัดการใน 4 แนวทางหลัก ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 การบริหารจัดการลงทุน ปีนี้ SCBAM มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคบริการที่ยังคงเติบโตและภาคการผลิตที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว รวมถึงอัตราเงินเฟ้อโลกมีสัญญาณชะลอตัวปรับลดลงใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศกำหนด กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นการจับจังหวะทิศทางตลาดทุนเป็นหลัก เพื่อหาสินทรัพย์ลงทุนที่ได้ประโยชน์และสามารถมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในแต่ละช่วงจังหวะเวลา พร้อมได้นำเสนอกองทุนใหม่ SCBDBOND และSCBMONEY ที่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงจังหวะการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ จากที่ SCBAM เป็นผู้บุกเบิกนำMachine Learning มาช่วยในการวิเคราะห์ คัดเลือกหลักทรัพย์ และสร้างพอร์ตลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ SCBAM พร้อมต่อยอดความสำเร็จเปิดตัวกองทุนใหม่SCBLOWBETA ในกลุ่มกองทุน Machine Learning จากผลการดำเนินงานย้อนหลังที่กองทุนกลุ่มนี้สามารถทำได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นในกลยุทธ์เดียวกัน อีกทั้งกลยุทธ์การลงทุนโดยใช้ Machine Learning มีจุดเด่นในด้านการวิเคราะห์ ตัดสินใจอย่างเป็นระบบนี้เองได้รับความสนใจในกลุ่มนักลงทุนสถาบันจัดตั้งเป็นกองทุนส่วนบุคคลด้วย
แนวทางที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนและการขยายฐานผู้ลงทุน ในปี 2566 SCBAM ได้รับรางวัล ‘Best Asset Manager (Index Funds)’ in Thailand (รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคอาเซียน จากเวที Alpha Southeast Asia Fund Management Awards 2023) เน้นย้ำความครบครันของกองทุนดัชนี (Index Fund) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน
ทั้งดัชนีรายภูมิภาค รายประเทศ สินทรัพย์ทางเลือก และธีมเมกะเทรนด์มาแรง โดยเฉพาะกลุ่มกองทุนธีม AI ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือการลงทุนในหุ้นโดยทั่วไปในปีที่ผ่านมา เช่น SCBSEMI, SCBBLOC และ SCBNDQ เป็นต้น พร้อมกันนี้ ในปี 2567 SCBAM ยังพร้อมต่อยอดนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนในกลุ่ม Private Assets ทางเลือกช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนกลุ่ม High Net Worth เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในส่วนนักลงทุนสถาบัน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล SCBAM ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 650,000 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 30% ด้วยประสบการณ์การดูแลลูกค้าในการบริหารเงินลงทุนอย่างยาวนาน จึงทำให้ SCBAM สามารถนำเสนอแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจหลากหลายประเภทได้เป็นอย่างดี
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ SCBAM มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ภายใต้การบริหารเติบโตขึ้น 8% มากกว่าอุตสาหกรรมถึง 3 เท่า ด้วยความใส่ใจด้านการบริการ เน้นการให้ความรู้กับนายจ้างและสมาชิกกองทุน พร้อมรูปแบบการลงทุนอย่างยั่งยืน มีทางเลือกการลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแนะนำแผนการลงทุนที่เหมาะสมตามอายุของสมาชิก (Life Path) สำหรับการขยายฐานผู้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยในปี2566 มีจำนวนผู้ลงทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 40%YoY ด้วยความตั้งใจของ SCBAM ที่อยากมีส่วนสนับสนุนให้นักลงทุนรุ่นใหม่สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายเพื่อพิชิตเป้าหมาย 1 ล้านบาทแรก กับกลุ่มกองทุน e-class ฟรีค่าธรรมเนียมการซื้อและการบริหารจัดการครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก มีให้เลือกทั้งรูปแบบกองทุนปกติชนิดหน่วยลงทุน e-class และกองทุนลดหย่อนภาษี SSF e-class เฉพาะบบแอปพลิเคชันSCBAM Fund Click เท่านั้น
แนวทางที่ 3 งานบริการข้อมูลและวางแผนลงทุน ปัจจุบัน SCBAM มีระบบการให้บริการข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ SCBAM e-Service บนเว็บไซต์ของ SCBAM เป็นการให้บริการข้อมูลแบบ One Stop Platform ลูกค้าสามารถวางแผนการลงทุนจัดพอร์ตการลงทุน ติดตามสถานะการลงทุนจากทุกช่องทางได้ด้วยตนเอง พร้อมตัวช่วยวางแผนและบริหารจัดการการลงทุนกับกองทุนลดหย่อนภาษี ทั้งการตรวจสอบจำนวนเงินลดหย่อนภาษีรายปี ต้นทุนการลงทุน ผลตอบแทนที่ได้รับ จำนวนครบกำหนดขายคืนตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร นอกจากนี้ SCBAM ยังมีแผนพัฒนาOmni-Channels เพิ่มช่องทางการติดต่อและสื่อสาร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่ชื่นชอบการสื่อสารผ่านช่องทาง Social Media และข้อมูลที่รวดเร็วผ่าน SCBAM Line Official ที่สามารถดูข้อมูลการลงทุนด้วยตนเอง หรือขอเอกสารภาษีผ่านระบบได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งทุกงานบริการจะมาพร้อมกับความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความสะดวก เพื่อตอบสนองได้ในทุก Lifestyle ของลูกค้า
แนวทางที่ 4 การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร SCBAM ให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน เพราะเป็นหนึ่งส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ มุ่งพัฒนาองค์กรผ่านการสร้างผู้นำที่เข้มแข็ง เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการรวมอำนาจที่ศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความพร้อมทั้งด้านระบบงานและเทคโนโลยีทันสมัยให้สอดรับกับการทำงานแบบ Work from Anywhere พร้อมนำแนวทางการบริหารจัดการรูปแบบใหม่เพื่อการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานอย่างต่อเนื่องให้พนักงานสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีให้กับลูกค้าและองค์กร อันจะส่งผลให้ SCBAM สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และสร้างความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
