“กรุงเทพประกันชีวิต”ส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ประกันช่วงท้ายปีหวังสิ้นปี เบี้ยรับรวมและเบี้ยใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%

Categories : Update News, Insurance

Public : 05/11/2024

"กรุงเทพประกันชีวิต"ส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ประกันช่วงท้ายปี ออกสินค้าเพื่อลดหย่อนภาษีขายผ่านธนาคารเพิ่ม เติมออกมา นอกเหนือจากที่มีการออกแบบประกันชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 10 ปี และรับเงินก้อนเมื่อครบปีก่อนหน้านี้ รวมถึงประกันบำนาญซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัที่จะออกในปีนี้ หวังสิ้นปี เบี้ยรับรวมและเบี้ยใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2566 ที่ทำได้ 6,500 ล้านบาท พร้อมเปิด วิสัยทัศน์ใหม่!! ก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตอันดันดับหนึ่งด้านความ"ใส่ใจ"ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงเป้าหมายในการปรับวิสัยทัศน์ใหม่ขององค์กร เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ ว่า กรุงเทพประกันชีวิตได้ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการใส่ใจมาอย่างยาวนาน และถือเป็นจุดแข็งขององค์กร หลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้นำแนวทางการทำงานอย่างใส่ใจมาใช้ในด้านต่างๆ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บุคคลากรของบริษัทรวมถึงตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน และบริการเสริม BLA Every Care ที่ตอบโจทย์ความใส่ใจลูกค้าแบบครบวงจร ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มลูกค้า พบว่า เมื่อนึกถึงกรุงเทพประกันชีวิต ลูกค้าต่างพูดถึงเรื่องความใส่ใจมาเป็นอันดับต้น ๆ

 

“เราเชื่อว่า พลังของการใส่ใจนั้นมีผลต่อแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตอย่างมาก จึงมุ่งหวังให้ กรุงเทพประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจในทุกมิติ ตั้งแต่ลูกค้า ตัวแทน ที่ปรึกษาทางการเงิน พันธมิตรทางการค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคมและสิ่งแวดล้อม”

นายโชนกล่าวภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศจากความใส่ใจ เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ถือกรมธรรม์ด้านความมั่นคงในชีวิต ผ่านตัวแทนที่มีความจริงใจ เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการที่ดี และ สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของทุกเจนเนอเรชั่น สำหรับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน เราส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพของทีมงานให้สามารถทำงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสร้างพลังบวกและการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการใส่ใจ เพื่อให้ทุกคนสามารถส่งต่อการให้บริการที่ประทับใจไปสู่ลูกค้าอย่างดีที่สุด และสำหรับพนักงาน เราส่งเสริมให้ทุกคนมีความสุข มีความก้าวหน้าและมีความมั่นคงในอาชีพ มีการเพิ่มพูนทักษะให้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ เคารพในความแตกต่าง ให้ความเสมอภาค ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจว่า ปี 2567 ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมและเบี้ยใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2566 ที่ทำได้ 6,500 ล้านบาท โดยปลายปีนี้จะมีการออกสินค้าเพื่อลดหย่อนภาษีขายผ่านธนาคารเพิ่มเติมออกมา นอกเหนือจากที่มีการออกแบบประกันชำระเบี้ย 2 ปีคุ้มครอง 10 ปี และรับเงินก้อนเมื่อครบปีก่อนหน้านี้ รวมถึงประกันบำนาญซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัที่จะออกในปีนี้

"  สถานการณ์ของอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงนั้นเรายังคงดอกเบี้ยจ่ายตามกรมธรรม์เท่าเดิม ยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยการันตีจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัย เพราะธุรกิจประกันชีวิตเป็นการออมระยะยาว บริษัทมีการนำเงินไปลงทุนระยะยาว จึงยังไม่ปรับลดผลตอบแทนตามกรมธรรม์และบริษัท บริษัทยังมีการค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งลูกค้าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่บริษัทหาได้ และเมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ส่วนที่เหลือของผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน 80% จะนำไปแบ่งจ่ายให้กับลูกค้า ผ่านสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ ทั้งเงินเคลม ปันผลเงินคืน และสินไหมกรณีเสียชีวิตเป็นต้น"

อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนประมาณ 3แสนล้านบาท ซึ่ง ส่วนใหญ่จะลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้สัดส่วนรวมประมาณ 85%ที่เหลือลงตลาดทุนและกองรีทเป็นต้น

นายโชน กล่าวว่า  เป้าหมายระยะยาวใน 5 ปี ข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวม 1 หมื่นล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ในส่วนของผลงานจากตัวแทน ตั้งเป้าให้ทำเบี้ยปีแรกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งโอกาสการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตยังมีสูง จะเห็นว่าที่ผ่านมาในอดีตเบี้ยประกันชีวิตทั้งระบบจะเติบโตกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ(จีดีพี) และบางช่วงสูงกว่าจีดีพีถึง 2 เท่า

          ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวคิดการปรับภาพลักษณ์องค์กรในครั้งนี้ว่า มาจากผลการสำรวจเพื่อต้องการหา Insight กลุ่มผู้บริโภคและลูกค้า ที่มีความคาดหวังต่อธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งพบว่าคนแต่ละเจนเนอเรชั่นมีความต้องการที่ไม่เหมือนกันทั้งผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขายและการบริการ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนทุกเจนคาดหวังและต้องการเหมือนกันคือ “ความใส่ใจ” ในบริการหลังการขาย ซึ่งการสื่อสารแบรนด์แคมเปญนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างและรับรู้ถึงความใส่ใจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการขยายการรับรู้ และต้องการเข้าไปมีส่วนช่วยด้านการวางแผนการเงินในช่วงเริ่มต้นวัยทำงาน

“แคมเปญ “ใส่ใจ” ครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณา 2 เรื่อง ซึ่งได้ผลมาจากงานวิจัยที่น่าสนใจ คือ ในยุคที่เทคโนโลยีมีผลกับชีวิตผู้คน ทำให้คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยี จนละเลย หลงลืม ขาดความผูกพันที่อบอุ่น โดยเรื่องแรก จะสะท้อนความสัมพันธ์ที่เล็กแต่แข็งแรงที่สุด คือ คนในครอบครัว ด้วยความเชื่อที่ว่า พลังของความใส่ใจ ถ้าในสังคมไทยมีให้กันมากพอ จะทำให้ทุกคนมีความสุข ความอุ่นใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิต ไม่ว่าสังคมจะพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปอย่างไร เรื่องที่ 2 คือ เป็นการนำเสนอบริการเสริมที่ได้มาจากการทำวิจัยจากลูกค้าชื่นชอบ คือ Driving Home และ Home Health Care เป็นการดูแล ใส่ใจลูกค้า หากลูกค้าเจ็บป่วยต้องไปโรงพยาบาล หรือ มีการต้องพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยมีกำหนดการเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาในวันที่ 13 พฤศจิกายนศกนี้ ผ่านสื่อ TV, Out Of Home, Online และ KOL” นางสาวอรนาฎกล่าวในที่สุด

กรุงเทพประกันชีวิตคาดหวังว่า แคมเปญใส่ใจนี้จะเป็นแรงกระเพื่อมให้สังคมได้หันกลับมาคิด และเลือกที่จะสร้างความสุขให้ตนเองและคนรอบตัว เมื่อทุกครอบครัวเห็นคุณค่าของการใส่ใจซึ่งกันและกัน ก็จะส่งผลกับระดับสังคมไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกัน ในส่วนของกรุงเทพประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆอีกมากเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าด้วยความตั้งใจ เพื่อให้แบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตอยู่ในใจผู้บริโภค และ ก้าวสู่การเป็น The Most Caring Insurance Brand ได้ในที่สุด