ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง! หนุนเงินไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย

Categories : Update News, Stock Market

Public : 06/11/2024

 ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง! หนุนเงินไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย ชัดเจนตัวเลขเงินลงทุนตรง เริ่มไหลเข้ามา หากดูตัวเลขขอสนับสนุน BOI นโยบายภาษีชัด อีกทั้งหากดูสถิติเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนหน้า เงินไหลเข้า! ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นเชื่อซื้อขายต่อวัน4-5หมื่นล้านบาท สถาบันมั่นใจเข้าลงทุนเพิ่ม!!

ตลาดทุนทั้งโลกเฝ้าติดตามผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน โดยตัวแทนจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันได้ประกาศนโยบายหาเสียงที่แตกต่างกันในหลายๆ ด้านทำให้ผลการคาดการณ์ว่าตัวแทนจากพรรคใดจะชนะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นโลกในระยะสั้น

ผลการนับคะแนน ล่าสุด  Trump มีคะแนนนำ  Harris ซึ่งหากสุดท้ายผลการเลิอกตั้ง ทรัมป์ชนะ ความกังวลว่าอาจจะส่งผลให้เกิด สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนจะกลับมร  ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และ FED อาจชะลอการลดดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ส่งผลให้เริ่มเห็นสัญญาณเงินลงทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นเอเชี

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หากทรัมป์ชนะก็จะเกิดความชัดเจนและมีนโยบายหลายๆด้านที่ชัดเจน และจะเห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุน และการย้ายฐานการผลิตเกิดขึ้น  ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นการไหลเข้ามาลงทุนตรง(FDI) เพิ่มขึ้นหากดูจากตัวเลขขอสนับสนุนBOI ที่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อจีน 

 ขณะที่การไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นนั้นก็จะมีมาแน่นอน โดยเฉพาะการไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ ส่วนเม็ดเงินจะไหลเข้าประเทศนั้นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจ และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

“ ประเทศไทยเศรษฐกิจฟื้นช้า  แต่ช่วงที่ผ่านมาหุ้นไทยได้ขยับขึ้นมาแล้วและแวลูเอชั่นไม่ได้ถูกเหมือนก่อนหน้าแล้ว  ส่วนหุ้นไทยที่เป็นจุดเด่นและสามารถดึงดูดเงินได้คือ เรื่องท่องเที่ยว และ เฮลแคร์ “

นอกจากนี้ หากดูสถิติการเลือกตั้งสหรัฐ2 ครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลังจบ เงินจะไหลเข้ามา

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวก อาทิ การเมืองไทยที่มีความชัดเจนมากขึ้นหลังมีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่รายงานออกมาเข้มแข็งกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนผ่านการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ ทำให้ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยในเดือนตุลาคมสูงสุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

นอกจากนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี อย่างไรก็ดี SET Index ที่ปรับเพิ่มขึ้น 2 เดือนต่อเนื่อง ขณะที่ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอีก 12 เดือนข้างหน้าถูกนักวิเคราะห์ปรับลดลง ทำให้ Valuation ในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างตึงตัว

" มองว่า มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะอยู่ที่4-5หมื่นล้านบาทได้และน่าจะทรงตัวระดับนี้ ขณะที่สัดส่วนของนักลงทุนนั้นจะเริ่มเห็นนักลวทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นและเข้ามาลงทนมากขึ้น ทั้ง กบข สปส และกองทุนต่างๆ “