เปิดเหตุผล ” PTT ”  ทุ่ม 1.6 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 470 ล้านหุ้น  ครั้งแรก!!! รอบ  24 ปีนับจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์และมีสถานะ เป็นบจ. 1.เป็นการบริหารสภาพคล่อง 2.หนุนROEและEPSให้สูงขึ้น3.สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักล

Categories : Update News, Stock Market

Public : 21/03/2025
 
เปิดเหตุผล " PTT "  ทุ่ม 1.6 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 470 ล้านหุ้น  ครั้งแรก!!! รอบ  24 ปีนับจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์และมีสถานะ เป็นบจ. 1.เป็นการบริหารสภาพคล่อง 2.หนุนROEและEPSให้สูงขึ้น3.สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งยังมีความสามารถทำกำไรสูง พร้อมย้ำ หลังซื้อหุ้นคืนเงินมีกระแสเงินสด 1.24แสนล้านและคาดอีก6เดือนข้างหน้าเงินเข้าอีก6.3หมื่นล้านและยังมีกำไรสะสม6.1แสนล้านไม่กระทบความสามารถชำระหนี้ที่จะครบกำหนดใน6เดือนข้างหน้า 8.4หมื่นล้าน !!! 
   

ต้องบอกว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพร์ส สำหรับนักลงทุนและตลาดทุนไทยอย่างมาก!!!!  เมื่อมติคณะกรรมการ(บอร์ด)ปตท(PTT)อนุมัติให้ดำเนินโครงการ "ซื้อหุ้นคืน"หรือ Treasury Stock  ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินโครงการนี้เป็นครั้งแรก!!! ของ PTT นับจากเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 9 ธ.ค2544หรือในรอบ 24 ปีนั้นเอง !!! 

        ทั้งนี้บอร์ด PTT อนุมัติซื้อหุ้นคืน วงเงิน16,000ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นจำนวน 470 ล้านหุ้นหรือ 1.45% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมด โดยจะเริ่มซื้อตั้งแต่ 24มีนาคม- 23กันยายน 2568

  ทั้งนี้ราคาเฉลี่ยหุ้น PTT ย้อนหลัง 30 วัน จาก 18 กุมภาพันธ์ถึง 9มีนาคม2568 นั้นจะอยู่ที่ 30.33บาทต่อหุ้น

       อย่างไรก็ตามใน แบบรายงานการเปิดเผยการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินตาม มาตรา66/1(2)ตาม พรบ มหาชน ระบุไว้ชัดเจนถึงเหตุผล ของการตัดสินใจซื้อหุ้นคืนของ  ปตท ครั้งนี้คือ

1.เป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ 

2.หนุน ROE และ EPS ให้เพิ่มสูงขึ้น

3.สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและยังมีความสามารถทำกำไรสูงอยู่

  ส่วนผลกระทบต่อบริษัทคือทำให้เงินสดลดลงและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง  

  อย่างไรก็ตามแม้ว่าเงินสดจะลดลงแต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ที่จะครบกำหนดในระยะเวลา 6เดือนข้างหน้าที่ ปตท. มีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระ 84,345ล้านบาท

เนื่องเพราะ ณ สิ้น31ธันวาคม 2567

ปตท.มีกำไรสะสม จำนวน 614,648ล้านบาท  และมีประมาณการเงินสดคงเหลือ 124,194ล้านบาท และคาดการณ์กระแสเงินสดรับในอีก6เดือนข้างหน้าอีก 63,944 ล้านบาท

ดังนั้นการตัดสินใจซื้อหุ้นคืนครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้!!!

ขณะที่การจำหน่ายหุ้นซื้อคืนนั้น ระบุไว้ชัดเจนว่า จับคู่อัตโนมัติ ผ่านตลาดหลักทรัพย์  ซึ่งตาเกณธจะขายคืนเมื่อดำเนินการซื้อคืนครบ3เดือนและต้องไม่เกิน 3 ปี

 

  อย่างไรก็ตามตามเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนนั้น หุ้นซื้อคืน ถ้าหากไม่นำออกมาขายในตลาดหลักทรัพย์บริษัทที่ดำเนินการก็จะนำหุ้นส่วนซื้อคืนไปตัดทุนได้ หรือ ขายให้ประชาชนทั่วไป หรือ ขายให้กับพันธมิตรที่สนใจก็ได้

 

 ด้าน บล.เอเซียพลัส ได้ออกบทวิเคราะห์ ถึงการดำเนินการซื้อหุ้นคืนของบริษัท จดทะเบียน(บจ)เมื่อราตาหุ้นตกลงมาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น ประกอบกับตลอด 2 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นตกต่ำหนักสุดในโลก มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแปต)หายไปเกือบ2ล้านล้าน ล่าสุด ดัชนีลงมาลึกกว่า 21% จาก 1505จุดเมื่อ18/10/2567ลงมาเหลือ 1189จุด  ดังนั้นในที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ จะเห็นการประกาศซื้อหุ้นคืน ของบจ.เพิ่มมากขึ้น 

 โดย ASP เปิดสถิติปี  67   บจ. ซื้อหุ้นคืนแล้วกว่า  ซื้อหุ้นคืนสะสมอยู่ที่ 10,828 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 23 ปี (สูงสุดปี 2563 อยู่ที่ 22,671 ล้านบาท)

 

  ชี้ราคาลงลึก หนุนหุ้นหลายตัว Valuation ถูก ต้องช้อนคืน บล.เอเซีย พลัส  ระบุ สาเหตุหลักที่ทำให้มูลค่าการซื้อหุ้นคืนปีนี้อยู่ในระดับสูง เพราะหุ้นไทยหลายบริษัทถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่ก็เริ่มเห็นหุ้นถูก สะท้อนจากหุ้นไทยหลายตัวในปีนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาลึกอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่า (Valuation) หุ้นหลาย ๆ บริษัทถูกมากขึ้น อ้างอิงจากหุ้นในดัชนี SET100 มีหุ้นที่ปีนี้ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 65 บริษัท (ลบมากสุด 86.8% และบวกมากสุด 130%) ขณะเดียวกันมีหุ้นที่มูลค่าถูก หรือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า สูงถึง 34 บริษัท

 

     สำหรับปี2568การประกาศซื้อหุ้นคืนของ ปตท.ถือว่าเป็นดีลที่ใหญ่ และก่อนหน้าคือ MGC -ASIA ซื้อหุ้นคืน 30ล้านหุ้น ใช้เงิน100ล้านบาท และยังต้องจับตา ธนาคารกสิกรไทย(KBANK)ที่แบไต๋ออกมาแล้วว่าสนใจ ซื้อหุ้นคืน รอการแก้เกณฑ์ซื้อหุ้นคืนที่หารือจะแก้ไขล่าสุด เพราะ ธนาคารมีเป้าหมายชัด จะทำให้ ROEสูงขึ้น และในภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ สินเชื่อทรงตัว การมีทุนและเงินกองทุนมากเกินไป อาจะไม่จำเป็นและหนักตัวเกินไป!!!!