บลจ.ไทยพาณิชย์ จัดเต็มเปิด 4 กองทุนใหม่ Thai ESGX ทางเลือกลงทุนแบบ Extra เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มมอบโปรโมชัน Fund Back สูงสุด 600 บาท(*) เมื่อลงทุนตั้งแต่ 2 พ.ค. –30 มิ.ย. 68 เท่านั้น
Categories : Update News, Wealth
Public : 30/04/2025บลจ.ไทยพาณิชย์ จัดเต็มเปิด 4 กองทุนใหม่ Thai ESGX ทางเลือกลงทุนแบบ Extra เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มมอบโปรโมชัน Fund Back สูงสุด 600 บาท(*) เมื่อลงทุนตั้งแต่ 2 พ.ค. –30 มิ.ย. 68 เท่านั้น
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือSCBAM เปิดเผยว่า SCBAM เปิดเสนอขายกองทุน Thai ESGX พร้อมกัน 4 กองทุน โดยออกแบบกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและคัดสรรหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ ESG เพื่อตอบทุกความต้องการของผู้ลงทุนทุกกลุ่ม โดย มีให้เลือกลงทุนทั้งชนิดสะสมมูลค่าและชนิดจ่ายเงินปันผล
โดยกองทุน Thai ESGX ของ SCBAM จะแบ่งเป็น 3 สไตล์
สไตล์แรก คือ สไตล์ผสมกับ กองทุนSCBT70X (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ผสม 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมผสมที่ลงทุนเชิงรุก บาลานซ์การลงทุนกับหุ้นไทยและตราสารหนี้ ESG มีสัดส่วนลงทุนหุ้นไทยที่ไม่เกินร้อยละ 70
สไตล์ถัดมา คือ สไตล์ Active แบ่งเป็น 2 กองทุน คือ กองทุน SCBTAPX (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ พลัส ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทย ESG และกระจายความเสี่ยงด้วยหุ้นต่างประเทศที่มีนโยบายตามเกณฑ์ ESG ไม่เกินร้อยละ 20และ

กองทุน SCBTAX (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ) กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทยที่โดดเด่นด้าน ESG และมีมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ และ
สุดท้ายสไตล์ Passiveกับ กองทุน SCBTS100X (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนี SET100FF ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ)กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนเชิงรุกกับหุ้นไทยตามดัชนี SET100 Free Float ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคากลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้ SCBAM จะเปิดเสนอขาย 4 กองทุนพร้อมกันวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2568 และลงทุนต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 เท่านั้น
และเพื่อให้โอกาสพิเศษนี้ Extra มากขึ้น SCBAM จึงจัดแคมเปญพิเศษมอบ Fund Back จากการลงทุนในกองทุน Thai ESGX สูงสุด 600 บาท(*) สำหรับวงเงินใหม่ เมื่อลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับกองทุน Thai ESGX จาก SCBAM จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) เงินลงทุนใหม่ โดยจะมีให้เลือกลงทุน ทั้งชนิดสะสมมูลค่า 2025 (25A) และชนิดจ่ายเงินปันผล 2025 (25D) ซึ่งจะมีรายชื่อกองทุน Thai ESGX ดังนี้ SCBT70X(25A), SCBT70X(25D), SCBTAPX(25A),SCBTAPX(25D), SCBTAX(25A), SCBTAX(25D), SCBTS100X(25A), SCBTS100X(25D)
และ 2) เงินลงทุนเดิมที่สับเปลี่ยนจากกองทุน LTF โดยจะเปิดให้สับเปลี่ยนได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 โดยมีให้เลือกลงทุน ทั้งชนิดเงินลงทุนเดิมแบบสะสมมูลค่า (LTFA) และชนิดเงินลงทุนเดิมแบบปันผล (LTFD) ซึ่งจะมีรายชื่อกองทุน Thai ESGX ดังนี้ SCBT70X(LTFA), SCBT70X(LTFD), SCBTAPX(LTFA), SCBTAPX(LTFD), SCBTAX(LTFA), SCBTAX(LTFD), SCBTS100X(LTFA),SCBTS100X(LTFD)
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงมาค่อนข้างมากและอาจยังมีความผันผวนสูงในช่วงครึ่งแรกของปี จากปัจจัยภายนอกที่กดดันเศรษฐกิจและดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวม
อย่างไรก็ดี หากมองในเชิงผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ จะพบว่า บริษัทไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรง ทำให้มองว่ามูลค่าราคาหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการลงทุนกับกองทุน Thai ESGX คัดสรรมาเฉพาะหุ้นไทยคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ESG การลงทุนจึงไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติการลงทุนที่ยั่งยืน แต่จากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ภาครัฐมอบให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเต็มที่ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ทั้งวงเงินลงทุนใหม่และวงเงินลงทุนเดิมที่สับเปลี่ยนจากกองทุน LTFครั้งนี้ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีในกองทุนลดหย่อนภาษีทั่วไปซึ่งหากปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้น จากมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยที่จะทยอยเข้ามาในช่วงกลางปี กองทุนThai ESGX ครั้งนี้ เป็นโอกาสลงทุนครั้งสำคัญและประโยชน์ต่อผู้ลงทุนทั้งการได้สิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษ และโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว”
