รมว.คลัง ปิ๊งไอเดีย ดันใช้คริปโตฯ ผูกบัตรเครดิต เตรียมหารือธปท. พร้อมเดินหน้าแก้กฎหมายเชื่อมตลาดหุ้น-สินทรัพย์ดิจิทัล

Categories : Update News, Stock Market, Economy

Public : 26/05/2025

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวใน งาน “Dailynews Talk 2025 ปลุกเสน่ห์หุ้น-คริปโทฯ ครึ่งปีหลัง 2025” วันนี้ (26 พ.ค.) ว่ารัฐบาลเตรียมเดินหน้าผลักดันการใช้คริปโตเคอร์เรนซีในระบบเศรษฐกิจจริงซึ่งจะเริ่มใช้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในบางพื้นที่ก่อน

 

โดยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางอนุญาตให้นำคริปโตฯ ผูกกับบัตรเครดิต เพื่อใช้ซื้อสินค้าในประเทศได้ ตามโมเดลของต่างประเทศ พร้อมหารือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมทดลองระบบก่อนขยายผลจริง

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนเดินหน้าแก้กฎหมายเพื่อเชื่อมโยงการซื้อขายระหว่าง “ตลาดทุน” และ “ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล” เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามระหว่างสองตลาดได้อย่างสะดวก รองรับพฤติกรรมการลงทุนยุคใหม่

   

“ในต่างประเทศบางที่เริ่มเปิดให้ใช้คริปโตซื้อสินค้าได้ โดยผูกไว้กับบัตรเครดิต เวลาซื้อของ คนขายรับเงินเป็นสกุลท้องถิ่นตามปกติ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนซื้อใช้คริปโตจ่าย แนวทางนี้สามารถนำมาปรับใช้ในไทยได้ทันที หากมีระบบรองรับ แต่ไม่เกี่ยวกับสกุลเงินในประเทศ ” นายพิชัยกล่าว

 

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้ออก “G-Token” หรือโทเคนดิจิทัลของรัฐบาลเป็นก้าวแรก และจะเดินหน้าขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในระยะต่อไป แต่โทเคนนั้นให้เป็นเรื่องการลงทุนไม่เกี่ยวกับกับซื้อขายสินค้า

นายพิชัยยังเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมที่จะมีการแก้กฎหมายสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงการซื้อขายระหว่าง “ตลาดหลักทรัพย์” และ “ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล” ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ คือ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

“นักลงทุนในสองตลาดนี้ จริงๆ แล้วก็คือกลุ่มเดียวกัน เราจึงต้องมีระบบเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดความสะดวก และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยในอนาคต นักลงทุนที่อยู่ในระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะสามารถเข้าไปลงทุนในตลาดคริปโตฯ ได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการซ้ำซ้อน เพราะมี KYC กันอยู่แล้ว”

 

นายพิชัยกล่าวว่า  ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายที่สำคัญ เช่น พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาว รองรับทิศทางโลก เช่น เรื่อง Green หรือ ESG และปรับปรุงกฎหมายที่สร้างความเชื่อมั่น เช่น การลงโทษเอาผิดกับ Naked short Selling เชื่อว่าหุ้นไทยมีเสน่ห์ มีเสถียรภาพในหลายเซ็กเตอร์ และยังเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตราบใดที่เข้าใจพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และไทยเป็นหลุมหลบภัยที่ดี แต่ตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่หยุดดู wait and see ทุกคนไม่ได้ทิ้ง แต่ดูว่าไทยทำอะไรต่อไป

นอกจากนี้ยังได้หารือกับกองทุนในเรื่องนโยบายนการลงทุนและอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบและกติกา ทบทวนให้กองทุนและประกันขนาดใหญ่มีเงินจำนวนมากให้มาลงทุนในหุ้นได้ เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล อีกเรื่องที่ต้องทำเป็นเรื่องนวัตกรรม โดยรัฐบาลได้เตรียมออก G-token สร้างทางเลือกใหม่ให้กับนักลงทุน โดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะมีการประชุมบ่ายนี้ เพื่อให้เรื่องดังกล่าวเดินหน้าต่อไปได้ โดยได้ขอความร่วมมือ Binance และ Bitkub เป็นศูนย์ซื้อขาย