DR อีกหนึ่งความหวังของนักลงทุนและตลาดหุ้นไทย!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 14/07/2025
       ภารกิจฟื้นความเชื่อมั่น !!!ตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางความท้าทายจะทุกสารทิศภายใน-ภายนอกล้วนหนักหน่วง !!อย่าท้อ  เดินหน้าสร้างโอกาสให้นักลงทุน   " DR เป็นโอกาสการลงทุนหุ้นต่างประเทศ คนไทยลงทุนได้โดยไม่ต้องขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ วันนี้ความนิยมใน DR เพิ่มขึ้น 20% มาร์เก็ตแคปเติบโตเร็ว
  ผ่านมาครึ่งปีแล้ว สำหรับปี 2568ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวลดลงและให้ผลตอบแทนที่ตกต่ำที่สุด !!เมื่อเทียบตลาดหุ้นอื่นทั้งภูมิภาคและโลก !!เพราะครึ่งปีติดลบไปเกิน20%
          ในภาวะแบบนี้ ต้องส่งกำลังใจและร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการพลิกฟื้น!!ความเชื่อมั่นและฟื้นให้ตลาดทุนไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจของทั้งนักลงทุน ผู้ที่จะเข้ามาระดมทุน!!
            และต้องยิ่งเป็นกำลังใจ ให้กับ   "อัสสเดช คงสิริ"  กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่14 ที่ได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนตลาดหลักทรัพย์ จะครบ 1ปี แล้ว โดยเริ่มเข้ามาทำงานจริงๆ 1ส.ค2567 แม้ผลอย่างเป็นทางการคือ 19ก.ย2567 หรือจะครบรอบ 1ปีนั้นเอง!!!! 
 ล่าสุด   "อัสสเดช คงสิริ"  ได้ร่วมบรรยายให้ความรู้กับสมาชิก สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ในโครงการ พศส.ปี2568 ส่วนหนึ่งได้ดังนี้ 
 
 "อัสสเดช คงสิริ"  กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดแผนฟื้นตลาดหุ้นไทยว่า  ในวันนี้ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนค่อนข้างมาก  นอก จากประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐ แล้ว   โลกยังมีอีกหลายเรื่องราวที่กำลังเปลี่ยนแปลง อาทิ EU พิจารณาธุรกิจต่างๆปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยแค่ไหนซึ่งจะกระทบการตัดสินใจลงทุน   ปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วน ส่งผลให้นักลงทุน ไม่กล้าลงทุน!!!
 ขณะที่ปัจจัยการเติบโตของเศรษฐกิจไทยก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่ ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงก์ชาติ)   คาดการณ์จีดีพีเติบโต 2.3%  สวนทางกับธนาคารโลก ที่มองว่าต่ำกว่านี้  โดยแบงก์ชาติมองว่าครึ่งปีแรกจีดีพียังเติบโตราว 3% ไม่ว่าตัวหารในช่วงครึ่งปีหลังจะเกิดอะไรขึ้นแต่สิ่งที่แบงก์ชาติอยากเห็นคือการจัดสรรงบประมาณภาครัฐที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนให้กลับมาได้
ขณะที่การส่งออกแม้จะเกิดกรณีเลวร้ายแค่ไหนทางแบงก์ชาติคงมองส่งออกเฉลี่ยทั้งปีนี้เติบโต อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
อย่างไรก็ตาม หากดูตามที่บริษัทจดทะเบียนของไทย ณ วันนี้ในส่วนของ P/E อยู่ในระดับต่ำ แต่ Dividend Yield ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค ซึ่งโดยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ใช่ถดถอย อีกทั้ง  นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่า Downside Risk ค่อนข้างต่ำแล้ว
ด้านสภาพคล่องหลายวันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าสิงคโปร์ เริ่มเห็นมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน  26,000 ล้านบาท ยอมรับว่า น่าเป็นห่วงเและต้องหาทางแก้  แต่ก็ยาก แม้จะมีโปรแกรม Thai ESGX  เพราะ ตอนนี้ยังมี LTF ค้างอยู่กว่าแสนล้านบาท ซึ่งอาจจะกดดันในอนาคต
 ดังนั้นจึงต้องกลับมาที่ปัจจัยพื้นฐานบริษัท หากไม่สามารถสร้างความน่าสนใจต่อนักลงทุนได้ก็ดึงสภาพคล่องกลับเข้ามาไม่ได้
 "อัสสเดช  " กล่าวว่า     หน้าที่หลักของ ตลทคือ "สร้างโอกาส" ให้กับนักลงทุน และมองว่า    DR จะ เป็นโอกาสการลงทุนหุ้นต่างประเทศ คนไทยลงทุนได้โดยไม่ต้องขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ วันนี้ความนิยมใน DR เพิ่มขึ้น 20% มาร์เก็ตแคปเติบโตเร็ว
นอกจากนี้ ..เร่งผลักดัน TISA หาทางควบรวมโปรแกรมทั้งหมดอยู่ในที่เดียว อาทิ กองทุนรวม LTF เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกันเพื่อลดความผันผวนในอนาคต
โดย TISA สร้างดีมาน์ซัพพลายควบคู่กันและสร้างการออมระยะยาว ซึ่งอาจซื้อได้ทั้งหุ้น, ETF, DR และพันธบัตร เพื่อจัดพอร์ตลงทุนได้ในที่เดียว เป็นต้น แต่ NISA สร้างดีมานด์ ส่วนตัวคาดหวังว่าโครงการ TISA ชัดเจนในปี 2568 นี้
           ขณะที่โครงการ Jump + ก็ยังคงเป็นหนึ่งมาตรการหลักของตลาดหลักทรัพย์ในการสร้างความน่าสนใจและเป็นมาตรการระยะยาวของตลาดหลักทรัพย์ในหชการฟื้น!และเรียกความเชื่อมั่นกลับมา
 อย่าท้อ!!!เดินหน้ากันต่อไป