กองทุนน้ำมันฯ เร่งทำแผนรับมือวิกฤติน้ำมันระยะ 5 ปี ลั่น ภายในปี2572 ล้างหนี้กองทุนหมด โชว์ผลงาน “กองทุนน้ำมัน” ตรึงราคาดีเซลช่วงสงคราม 12 วัน พยุงค่าครองชีพแม้แบกขาดทุน

Categories : Update News, Energy

Public : 14/07/2025

กองทุนน้ำมันฯ เร่งทำแผนรับมือวิกฤติน้ำมันระยะ 5 ปี ลั่น ภายในปี2572 ล้านหนี้กองทุนหมด พร้อมโชว์ผลงาน บทบาท “รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน”สรุป “สงคราม 12 วัน” กับภารกิจดูแลค่าครองชีพประชาชน

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68 นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันเร่งจัดทำแผนรองรับวิกฤติด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ ระยะ 5 ปี ( 2568 – 2572) ซึ่งจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน และกำหนดคำนิยามของวิกฤตพลังงานให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น รวมทั้งจัดทำแผนรับมองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาการกู้เงินเป็นหนี้แสนล้านบาทเหมือนในอดีต

   

ทั้งนี้จากเดิมที่เข้าใจกันว่า รัฐจะต้องควบคุมราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ซึ่งตอนนี้เป็นสมัยที่ผู้ประกอบการขนส่งเรียกร้องมา แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ราคาดีเซลเฉลี่ย 32-33 บาทแล้ว ซึ่งต้องปรับบทบาทหน้าที่ของกองทุนฯ ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน ซึ่งจะดูความผันผวนของราคาน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบแยกแต่ละกลุ่มมากกว่า เช่น กรณีราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้นเร็วใน1 สัปดาห์รวมกันมากกว่า 5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งมี มีผลต่อราคาน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร ก็จะใช้เงินกองทุนฯมาดูแลด้านเสถียรภาพไม่ให้มีความผันผวนมาก รวมถึงการพิจารณาเรื่องเอาเงินกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนก๊าซหุงต้ม หรือเชื้อเพลิงชนิดอื่นด้วย

  ทั้งนี้แผนใหม่นี้คาดว่า จะเสร็จประมาณปลายปี 68 นี้ โดยจะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พร้อมด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามขั้นตอนก่อนจะประกาศใช้ต่อไป

 

ในขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาหาอนาคตมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ( EV ) มากขึ้นการจะมีผลต่อการใช้น้ำมันหรือไม่อย่างไรด้วย

     

ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับตัวดีขึ้น โดยล่าสุด ณ วันที่ 13 ก.ค. 2568 กองทุนน้ำมันฯ เหลือติดลบอยู่ที่ 31,588 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 12,406 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 43,994 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถพลิกเป็นบวกได้ภายในปลายปีนี้

ทั้งนี้ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเข้ามา 173.52 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็น รายรับจากน้ำมัน 153.86 ล้านบาทต่อวัน และจากก๊าซ LPG ประมาณ 19.66 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่หนี้กู้ยืมจากสถาบันการเงิน จากเดิมปี 2566 อยู่ที่ 105,333 ล้านบาท ปัจจุบันทยอยใช้หนี้คงเหลือ 53,749 ล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันฯ ทยอยชำระคืนหนี้ดังกล่าว 2,000-3,000 ล้านบาทต่อเดือน คาดว่าจะชำระครบตามแผนภายในปี 2572

 

นายพรชัย กล่าวว่า สำหรับการดูแลราคาพลังงานในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน กองทุนน้ำมันฯ ได้เข้าไปบริหารจัดการผ่านกลไกอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป

 

ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.)ได้มีมติเร่งด่วน จำนวน 5 ครั้งภายในเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์เพื่อลดผลกระทบ โดยเริ่มจากลดอัตราเงินจัดเก็บของกลุ่มน้ำมันดีเซลจากเดิมจัดเก็บอยู่ที่ 2.40 บาทต่อลิตร เป็นการต้องชดเชยอยู่ที่ 0.65 บาทต่อ เพื่อคงราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 32 บาทต่อลิตร ทำให้สามารถตรึงราคาหน้าปั๊มน้ำมันไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงเวลาสำคัญ

อย่างไรก็ตามแม้การรักษาเสถียรภาพ และตรึงราคาน้ำมันในช่วง 12 วันที่ผ่านมา จะส่งผลให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯประเภทน้ำมันดีเซลติดลบ คือมีรายจ่ายสูงสุดประมาณวันละ 40.75 ล้านบาทต่อวัน แต่เมื่อสถานการณ์สงครามอิสราเอล-อิหร่าน เริ่มคลี่คลายจากการไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ราคาน้ำมันโลกก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมาจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้อีกครั้ง

 

ปัจจุบันกลุ่มน้ำมันดีเซลมีรายรับประมาณวันละ 57.41 ล้านบาท และกลุ่มน้ำมันเบนซิน มีรายรับประมาณวันละ 96.17 ล้านบาท (รายละเอียดอยู่ในตาราง)

เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน กับกรณีสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน จะพบความแตกต่างในเชิงผลกระทบ และความยืดเยื้ออย่างชัดเจน ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยเพิ่มวิธีการบริหาร และความรอบคอบในการกำหนดมาตรการบริหารกองทุนน้ำมันฯ ในปัจจุบัน และอนาคต

 

ปัจจุบันกระทรวงพลังงานยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในทะเลแดง และภูมิภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบด้านราคาพลังงาน กระทรวงพลังงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแล ได้แก่ คณะกรรมการเตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งมี นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นประธาน และมีตน (นายพรชัย จิรกุลไพศาล) ร่วมเป็นกรรมการในชุดนี้ โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่เตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อรองรับสถานการณ์พลังงานจากวิกฤตในตะวันออกกลาง และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อย่างรอบด้าน

“บทเรียนจากวิกฤตน้ำมันช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงความจำเป็นของกลไกกองทุนน้ำมันฯ ที่มีความยืดหยุ่น ทันต่อสถานการณ์ และมุ่งมั่นดูแลประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียม สะท้อนการทำหน้าที่และบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาพลังงานให้กับประชาชนในช่วงวิกฤตการณ์ด้านราคาพลังงานเสมอมา ด้วยหลักการเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 พร้อมขอขอบคุณผู้ค้าน้ำมันที่ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนภารกิจสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว”

สำหรับการสรรหา ผอ.กองทุนน้ำมันฯ คนใหม่ ล่าสุดทางคณะอนุกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 8 ก.ค.-8 ส.ค.นี้ หลังจากรอบล่าสุดผลการพิจารณาคัดเลือก สรุปได้ว่าไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ดังนั้นคาดว่าจะได้รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภายในปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.นี้