CPF ปักธงสู่ Net zero ปี 2050 ผนึกพันธมิตรเรียนรู้พัฒนาสู่ความยั่งยืนอีก100 ปี

Categories :

Public : January 20, 2023

CPF ประกาศชัดพร้อมเดินหน้าสู่Net zero ปี2050 ประกาศร่วมพันธมิตร เอกชนรายใหญ่เช่น TU ไทยเบฟฯ กลุ่มมิตรผล เรียนรู้ แลกเปลี่ยน แนวทางถนนแห่งความยั่งยืน  อีก100 ปีข้างหน้าด้านผลงานปีนี้กลับสู่ปกติ รายได้โต8-10% หลังปี65 โตกระฉูดกว่า 20%  ทำสถิติสูงสุดรอบ เกือบ50ปี! ปี 66 ไม่มีรายการลงทุนใหญ่ๆ ลงทุนตามปกติเหตุยังไม่แน่นอนสูง อีกทั้งถึงเวลาเก็บเกี่ยวกำไรจากเงินลงทุนก่อนหน้า ทั้งที่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สนใจลงทุนในซาอุดิอาระเบีย ธุรกิจกุ้ง ไก่ ร่วมพันธมิตรทัองถิ่น

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร( CPF) เปิดปี 66 ด้วยการแถลงข่าวนำองค์กร เข้าสู่การเติบโตด้วยความยั่งยืน และตั้งเป้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้เป็นศูนย์ หรือ เข้าสู่ Net zero ในปี 2050 หลังที่ผ่านมาได้ดำเนินลดการใช้ถ่านหินและลดคาร์บอนต่อเนื่องและนำพลังงานหมุนเวียน ไบโอแกส และโซลารูฟทํอป เข้ามาใช้ในขบวนการผลิต ที่คืบหน้าต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลงได้ เป้าหมาย ผลิตโซลา 100 mw ในอนาคตข้างหน้า

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ  กล่าววา สิ่งสำคัญซีพีเอฟมุ่งให้ความสำคัญกับลงทุนโดยใช้โมเดล BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นทิศทางของประเทศและทั่วโลก

"เรามองว่า ซี.พี.เป็นองค์กรที่มีอายุ 100 ปี ขณะที่ซีพีเอฟมีอายุ 40-50 ปี วิสัยทัศน์ที่เราอยากให้ทุกคนบนโลกมีอายุเกินกว่า 100 ปี และมีสุขภาพแข็งแรง โดยวางพันธกิจสำคัญโดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ตอบโจทย์ 2 เรื่อง คือ ดีต่อสุขภาพ และทำให้มีรสชาติดี อร่อยขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น”

"ซีพีเอฟมีกระบวนการในการจัดการ ที่ทำให้เรามั่นใจจะไปได้ เพราะบิสซิเนสโมเดลของเราที่สามารถดูได้ถึงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตามแนวทาง 3 Smart หนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ (smart sourcing) กระบวนการผลิต (smart production) และการบริโภค (smart consumption) ส่วนหนึ่งเราทำเอง ส่วนหนึ่งก็ทำร่วมกับพันธมิตร โดยแน่นอนว่าจะคุณภาพดี ต้องมีการควบคุมดูแลต้นทุน (cost control) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม 2) เรื่องความปลอดภัยในอาหาร (food safety) ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพ ลดเค็ม ใช้น้ำตาลน้อยลง แต่ให้คงความอร่อย และอีกเรื่องคือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร (food security)

" ยอมรับว่า การนำองค์กรสู่ Net zero ในปี2050 คือเป้าหมาย ส่วนการลงทุนหรือเงินลงทุนที่จะใช้นำองค์กรไปสู่เป้าหมายNet zero จะเท่าไร คาดการยาก เพราะต้องยอมรับว่าเป็นเรื่อง ที่คาดเดาจากเรารู้ว่าต้องทำ ระหว่างทาง มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทุกๆด้าน  เทคโนโลยี สภาพภูมิศาสตร์ แต่เราต้องเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งในเรื่องนี้ CPFและผู้ประการรายใหญ่ของไทย เช่นไทยยูเนียน (TU) กลุ่มไทยเบฟ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล เราได้มีคณะกรรมการร่วมกันเพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน เพื่อ นำพาองค์กรแต่ละแห่งเข้าสู่ เส้นทาง Net zero ซึ่งเป็นพันธกิจระดับโลกที่ต้องทำ"

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า กาคทำธุรกิจปี66 ยังมี ปัจจัยท้าทายที่ยังต้องระวังยังเป็นเรื่องปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่กระทบกับกำลังซื้อ ปัญหาโรคระบาดในสัตว์ และการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนที่ผิดกฎหมายเข้ามา หากไม่มีการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในประเทศที่เพิ่งกลับมาฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรหลัง ASF ไม่สามารถฟื้นตัวได้ ทางกรมปศุสัตว์เดินหน้าต่อเรื่องนี้

"แผนการลงทุนในปี 2566 เราจะเน้นลงทุนในส่วนที่เป็น core business อาจจะมีการลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มีการผลิตในต่างประเทศ ใน 17 ประเทศ แต่ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีการฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้มีการส่งออกไปได้มากขึ้น ซึ่งทางเราได้มองถึงโอกาสศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนขยายฐานการผลิตแห่งที่ 18 ไปยังกลุ่มตะวันออกกลาง เบื้องต้นมองถึงโอกาสการขยายการลงทุนการผลิตอาหารแปรรูป ที่เป็นหนึ่งสาขาที่ซีพีเอฟเชี่ยวชาญ อาจจะเป็นการแปรรูปไก่ หรือกุ้ง ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดนี้ได้ วางงบประมาณหลักพันล้าน โดยจะเป็นการร่วมทุน (joint) กับพันธมิตรในตลาดนั้น”

ส่วนการลงทุนในประเทศอื่น มีการขยายตัวตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดฟิลิปปินส์ที่เข้าได้ลงทุนในธุรกิจสุกร และไก่ เติบโตได้ดี จากที่ตลาดนี้มีประชากรมากกว่า 110 ล้านคน มีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น การผลิตในจีนและเวียดนามก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ฐานการผลิตในประเทศซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด ก็ยังมีความสามารถเพียงพอในการผลิตสินค้ารองรับความต้องการผู้บริโภคได้ไม่ต้องมีการขยายการลงทุนเพิ่มในส่วนนี้

สำหรับในส่วนของผลดำเนินงาน ปี66 จะกลับเข้าสู่ภาวะปดติที่ในแต่ละปียอดขายจะเติบโตปีละ8-10% ส่วนปี 65 ถือว่าเป็นปีที่ดีมาก ยอดขายโต20% จากปี64 ที่มียอดขาย 5 แสนล้าน เนื่องจากผลของสงครามทำให้ความต้องการ อาหารพุ่ง

ส่วนกรณีที่บริษัทประกาศซื้อหุ้นคืน เนื่องจากหุ้นของบริษัทอยู่ในหมวดอาหาร ไม่เซกซี่เท่าไร แบะราคาหุ้นก็ไม่สะท้อนธุรกิจ ดังนั้นจึงตัดสินใจนำเงินมาซื้อหุ้นคืน