ธปท.ส่ง 5 ความเห็น G-Token เน้นออกเพื่อการออมลงทุน ไม่ใช่การสร้างเงิน ควรนับเป็นเงินกู้รัฐคล้ายพันธบัตร
Categories :
Public : 17/05/2025ธปท.ส่ง 5 ความเห็น G-Token เน้นออกเพื่อการออมลงทุน ไม่ใช่การสร้างเงิน ไม่ควรใช้ชำระเงิน ควรนับเป็นเงินกู้ของรัฐเหมือนออกพันธบัตร แนะควรทำในระดับทดลองก่อนเพื่อความปลอดภัย
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ส่งความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อการขออนุมัติวิธีการกู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะในรูปแบบการออกโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 ที่ผ่านมา โดยลงนาม ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีใจความว่า
ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 มีนาคม 2568 แจ้งว่า กระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติวิธีการ กู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ โดยเป็นการระดมทุนในรูปแบบการออกโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token:G-Token) เพื่อพัฒนากลไกการบริหารหนี้สาธารณะให้มีประสิทธิภาพและภาครัฐสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการออมของภาคประชาชน โดยขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของครม. ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
ธปท. ขอเรียนว่า การออกโทเคนดิจิทัลเป็นหนึ่งในวิธีการระดมทุนที่รัฐบาลอาจพิจารณาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมให้สะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ต่ำลง รวมถึงเป็นทางเลือกในการลงทุนและการออมของประชาชน
[caption id="attachment_78687" align="aligncenter" width="500"]
¿Qué es un token y en qué se diferencia de las criptomonedas?[/caption]
ทั้งนี้ การออกG-Tokenเทียบได้กับการออก พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น การออกG-Tokenจึงจำเป็นที่ต้องมีระบบและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เป็นไปตามกรอบกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการคุ้มครองประชาชนผู้ลงทุนเทียบเท่ากับพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งต้องมีองค์ประกอบในการดำเนินการอย่างน้อย 5 ประการ ดังนี้
1.ระบบและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับG-Tokenต้องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยระบบที่รองรับการให้บริการต้องมีความเสถียร มั่นคง และปลอดภัย ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับพันธบัตร รัฐบาลในปัจจุบัน โดยครอบคลุมตั้งแต่การเสนอขาย การตรวจสอบธุรกรรม การจัดการทะเบียนของผู้ถือการเก็บรักษาและรับฝาก และการไถ่ถอน รวมทั้งผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วมกับรัฐบาลในการจัดการโทเคนดิจิทัล ต้องมีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เช่น หากมีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถไก่ถอนโทเคนดิจิทัลเป็นเงินได้ ผู้ให้บริการต้องแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เพื่อมิให้ส่งผลต่อการออกพันธบัตรรัฐบาลและการระดมทุนของรัฐบาลในวงกว้าง
2. การออกG-Tokenต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสม โดยG-Tokenมีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุนและการออม โดยมีลักษณะและสาระสำคัญเทียบเท่าตราสารหนี้ภาครัฐ อื่น ๆ ที่ผู้ถือมีสิทธิได้รับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากรัฐบาล ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อีกทั้งG-Tokenมีวัตถุประสงค์ต่างจากโทเคนดิจิทัลประเภทที่ให้สิทธิได้รับสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง (Utility Token) เช่น บัตรกำนัลดิจิทัล ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ดังนั้น การออกG-Tokenจึงควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความไม่แน่นอนของสถานะทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งนี้ ในปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้รองรับกับการออกและการกำกับดูแลหลักทรัพย์ที่ออกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน่าจะเป็นกรอบกฎหมาย ที่เหมาะสมกับการออกG-Tokenมากกว่า
3.การระดมทุนด้วยG-Tokenต้องเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง เช่นเดียวกับการกู้ยืมเงินของรัฐบาลผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาล โดยต้องนับเป็นการกู้เงินภายใต้กรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี และแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ
4.การบริหารจัดการG-Tokenต้องไม่มีขั้นตอนใดที่เป็นการสร้างเงิน ซึ่งจะขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดสร้างวัตถุหรือเครื่องหมายแทนเงินตรา เช่นหากมีการจ่ายผลตอบแทนของG-Tokenไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของโทเคนดิจิทัลใด ๆ รัฐบาลจะต้องเตรียมเงินเต็มจำนวน (Fully Backed) เพื่อรองรับ เช่น ในกรณีของรัฐบาลฮ่องกงที่มีการออกพันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบโทเคนดิจิทัล (Tokenized Green Bond) ก็ได้เตรียมเงินไว้เต็มจำนวนเพื่อรองรับการจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือ
5.การออกG-Tokenต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุนและการออมของประชาชนเท่านั้น โดยต้องไม่นำG-Tokenมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน (Means of Payment: MOP) โดยต้องมีกลไกติดตามเพื่อไม่ให้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย
จากที่กล่าวมาข้างต้น ธปท. มีความเห็นว่า การระดมทุนด้วยการออก G-Token ของรัฐบาล ควรทำเป็นโครงการทดสอบในวงจำกัด (Pilot Project) ก่อน เพื่อที่จะได้ทดสอบให้มั่นใจว่า การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้กับระบบและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนของรัฐบาล เริ่มตั้งแต่การออกเสนอขายจนสิ้นสุดที่การไถ่ถอน มีประสิทธิภาพและปลอดภัยรวมถึงประเมินความเสี่ยงได้อย่างรอบด้านและปิดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรัดกุม ก่อนที่รัฐบาลจะนำไปใช้ระดมทุนจากประชาชนรายย่อยในวงกว้างต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ออก
โทเคนดิจิทัลเพื่อการระดมทุนของภาครัฐ และส่วนใหญ่เป็นการทำในระดับ Pilot Project เท่านั้นโดยที่ผ่านมา ธปท. ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมในภาคการเงินเช่นเดียวกันเช่น โครงการพัฒนาระบบชำระเงินระหว่างประเทศ (โครงการ mBridge) ซึ่ง ธปท. ได้ดำเนินการ ทีละขั้นตอน โดยเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงแนวคิด (Proof-of-Concept) ก่อนขยายไปสู่การทดสอบในระดับ Pilot Project แล้วจึงน้ำผลจากการทดสอบ มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถนำระบบมาใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
อนึ่ง ในระหว่างที่รัฐบาลทำ Pilot Project ดังกล่าว ประชาชนก็ยังคงสามารถลงทุนและเก็บออมผ่านพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อยู่แล้วด้วย เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ดิจิทัล “วอลเล็ต สะสมบอนด์มั่งคั่ง” ซึ่งประชาชนสามารถ ซื้อขายพันธบัตรผ่าน mobile application ได้โดยสะดวก
