นักท่องเที่ยวจีนหายไทยจะปรับตัวอย่างไร

Categories :

Public : 07/07/2025

Krungthai COMPASS แนะทางรอดในวันที่นักท่องเที่ยวจีนหาย     แนะรัฐลดพึ่งพิงนักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จับกลุ่ม  High -Spending   พร้อมสร้างสรรทำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ     เสนอสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่างชาติในประเทศไทย จะเป็นแรงกระเพื่อมด้าน Soft Power ที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในโอกาสใหม่สำหรับภาคท่องเที่ยวของไทย  ควรหามาตราการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่ได้รับกระทบจากนักท่องเที่ยวหาย 

 

ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS     ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง โดย 2568-2569 อยู่ที่ 35.9 และ 39.0 ล้านคน    คาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวม โดยประเมินว่าในปี 2568-2569 จะอยู่ในระดับ 1.74 และ 1.95 ล้านล้านบาท (91%-102% ของปี 2562) จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม High -Spending ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยุโรป

 

ทั้งนี้ ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเผชิญแรงกดดันจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวรุนแรง คาดปี 2568 จะอยู่ที่ราว 5.5 ล้านคน ฟื้นตัวเพียง 50% จากปี 2562  อย่างไรก็ตามไทยแต่ยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มแมสอย่างมาเลเซีย และอินเดีย  และกลุ่ม High Spendingอาทิ ยุโรป รัสเซีย และอิสราเอล ที่เข้ามาช่วยพยุงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีมูลค่าราว 1.74-1.95 ล้านล้านบาทฟื้นตัวที่ระดับ 91% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หนึ่งการเศรษฐกิจ  ดังนั้นการที่ท่องเที่ยวลดลงอาจจะส่งผลกระทบกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจบ้าง 

 

 ดร.สุปรีย์ กล่าวว่า  การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของนักท่องเที่ยวต่างชาติ นับเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว และช่วยประคับประคองผู้ประกอบการใน Supply Chain อุตสาหกรรมท่องเที่ยว    ควบคู่กับการปรับตัวของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป และเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้ง Ecosystem เพื่อผลักดันให้ไทยกลับมาครองใจนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลากหลายมากขึ้น และลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากจนเกินไป

   

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า 3 เหตุผล ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่มาไทยในช่วง 1-2 ปีนี้ ได้แก่

1) ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทย โดยผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าในอดีต โดยอาจใช้เวลาถึง 1 ปี กว่าที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

2) พฤติกรรมและกลุ่มของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไป โดยนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม F.I.T. ที่มักมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของไทย อาจมีความแปลกใหม่ที่น้อยกว่าประเทศคู่แข่งเช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่มีการพัฒนา Destination ใหม่ๆ

3) ผลกระทบจากภาวะ เศรษฐจีนที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของชาวจีนยังไม่กลับมาในระดับเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนเลือกเดินทางในประเทศทดแทนการท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

 

 

นายธนา ตุลยกิจวัตร นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทย คือ นักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับมา และยังต้องแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคที่ทำการตลาดเชิง รุกมากขึ้น

  แม้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ เช่น มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และยุโรป จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวที่ไม่ทั่วถึง โดยแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมในระดับ 4-5 ดาว

             

   ธุรกิจ อื่นๆ ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหดตัวรุนแรง เช่น โรงแรมในระดับไม่เกิน 3 ดาว ร้านอาหาร Street Food คอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างธุรกิจรถเช่า ร้านขายของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ และอาจขยายวง กว้างไปยังธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้และของตกแต่งในโรงแรม เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภาครัฐยังเป็นกำลังสำคัญที่มีบทบาทในการพยุงภาคท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายในครั้งนี้ ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เข้มข้น และครอบคลุมทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งมาตรการเรียกความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมๆ ไปกับมาตรการที่ช่วยพยุงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ Krungthai COMPASS มองว่าการสนับสนุนทุนสร้างภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่างชาติในประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมด้าน Soft Power ที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในโอกาสใหม่สำหรับภาคท่องเที่ยวของไทย โดยประเมินว่าจุดคุ้มทุน (Break-even) ของการโปรโมทประเทศไทยด้วยวิธีออกทุนผลิตซีรีส์ 1 EP จะอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 500-1,000 คน

คำถามที่น่าสนใจคือ หากการให้ซีรีส์ต่างชาติมาถ่ายทาในไทย จะเป็นการสร้างประโยชน์ให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้นแล้ว จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ในแต่ละปี ภาครัฐจะโปรโมทประเทศผ่านการออกทุนสร้างซีรีส์ซัก 1 EP ให้มาถ่ายทำในไทย?

 

ประเมินว่าจุดคุ้มทุน (Break-even) ของการโปรโมทประเทศไทยด้วยวิธีออกทุนผลิตซีรีส์ 1EP จะอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 500-1,000  คน ภายใต้สมมติฐานว่าต้นทุนการผลิตซีรียส์ 1EP อยู่ที่ 25 -50 ล้านบาท   ขณะที่ค่าใช้จ่าย ของนักท่องต่างชาติ อยู่ที่  48,500   บาทต่อคน   เมื่อเทียบกับยอดผู้ชมซีรีส์เกาหลี  8.0 ล้านวิวต่อ EP 1พบว่าหากผู้ชมซีรีส์เกาหลีตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพียง 0.01 %ก็จะทาให้การโปรโมทด้วยวิธีการนี้มีโอกาสที่จะคุ้มทุนแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่ได้สูงจนเกิน