ระบบกักเก็บพลังงาน (ระบบ BESS) ธุรกิจพลังงานสำรองที่กำลังมาแรงในยุคพลังงานหมุนเวียนเฟื่องฟู
Categories :
Public : 03/11/2025ตามร่างแผน PDP 2024 ซึ่งเป็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตกำลังไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับล่าสุด ภาครัฐมีแผนที่จะจัดสรรโควต้ากำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะเกิดใหม่ให้กับระบบกักเก็บพลังงาน (ระบบ BESS) ทั้งหมด 10,485 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2575-78
โดยหากพิจารณาในแง่ของวัตถุประสงค์ในการจัดสรรโควตากำลังการผลิตไฟฟ้าให้ระบบ BESS ที่ระบุในร่างของแผน PDP 2024 และต้นทุนทั้งหมดที่ภาครัฐต้องแบกรับภาระ พบว่า รูปแบบที่ภาครัฐลงทุนระบบ BESS ด้วยตนเองเป็นหนึ่งในรูปแบบในการดำเนินธุรกิจระบบ BESS ที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ภาครัฐสามารถลดภาระงบประมาณในการพัฒนาระบบ BESS โดยการจัดสรรโควตาให้ภาคเอกชนไปดำเนินธุรกิจระบบ BESS ในรูปแบบสัญญาเช่า
การลงทุนพัฒนาระบบ BESS ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบ BESS ที่ระบุไว้ในร่างของแผน PDP 2024 ไม่ว่าจะโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนาระบบ BESS ราว 2.91 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2574-78 และสร้างผลตอบแทนให้กับภาคเอกชนราว 6.7% ต่อปี ในกรณีที่ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจระบบ BESS ในรูปแบบสัญญาเช่า
การลงทุนระบบ BESS ดังกล่าว คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนาระบบ BESS ราว 2.62 แสนล้านบาทในช่วงปี 2574-78 โดยธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนดังกล่าวมากที่สุด
อย่างไรก็ดี เพื่อให้ธุรกิจระบบ BESS และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่จากต่างประเทศ ตามแนวทางดังต่อไปนี้
1) ภาครัฐสามารถให้เครดิตภาษีเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ BESS ที่มีส่วนประกอบที่ผลิตภายในประเทศ
2) ภาครัฐและเอกชนควรมีการประกันราคารับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำและจำกัดราคารับไฟฟ้าสูงสุดของโครงการระบบ BESS
3) ภาครัฐสามารถพิจารณาการเปิดตลาดพลังงานไฟฟ้า (Energy Market) หลากหลายรูปแบบ เช่น ตลาดพลังงานล่วงหน้า (Future Market) เป็นต้น โดยที่ไม่คิดค่าบริการสายส่งไฟฟ้า
บทความโดย พงษ์ประภา นภาพฤกษ์ชาติ
Krungthai Compass
