ตลท.เปิดตัวเลข “ธุรกิจครอบครัว” ครองตลาดหุ้นไทย 84% มาร์เก็ตแคป 10.93 ล้านล้าน

Categories :

Public : 23/09/2026
 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ 84% บจ.ไทยเป็น “ธุรกิจครอบครัว” มาร์เก็ตแคป 10.93 ล้านล้านบาท ครอง 54% ของตลาดระดมทุน IPO 10 ปีเกือบ 5 แสนล้านบาท ดันรายได้รวม 9.75 ล้านล้านบาท จ้างงาน 1.68 ล้านคน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดทำ Set note “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทย ปี 2569”

และที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจัดงานสัมมนาธุรกิจครอบครัวแห่งปี “The 4th SET Annual Conference on Family Business” ภายใต้แนวคิด “แกร่งข้ามรุ่น เติบโตข้ามความไม่แน่นอน (Growth & Resilience in an Uncertain World)” ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 นี้

พร้อม  เผยผลการปรับปรุงฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” (Family Business) พบว่า ธุรกิจครอบครัวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ทำการศึกษา 843 บริษัท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า มีถึง 705 บริษัท หรือ 84% ที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวตามนิยามของการศึกษา

ธุรกิจครอบครัวทั้ง 705 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 10.93 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของธุรกิจครอบครัวที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และกระจายตัวอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งใน SET และ mai

ธุรกิจครอบครัวกระจายทุกอุตสาหกรรม

จากข้อมูลการศึกษาพบว่า บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวกระจายตัวอยู่ในทุกหมวดธุรกิจ โดยมีสัดส่วนจำนวนมากในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ การแพทย์ สื่อและสิ่งพิมพ์ วัสดุก่อสร้าง ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ แฟชั่น ธุรกิจการเกษตร รวมถึงกระดาษและวัสดุการพิมพ์ ตลอดจนบางกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาด mai

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า “ธุรกิจครอบครัว” เป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างตลาดทุนไทย และมีบทบาทครอบคลุมตั้งแต่ภาคการผลิต การค้า บริการ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน

10 ปี ธุรกิจครอบครัวใช้ตลาดทุนระดมทุนต่อเนื่อง

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือระหว่างปี 2559–2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวใช้กลไกตลาดหุ้นไทยในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทครอบครัวจำนวน 260 บริษัท ที่ระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) คิดเป็น 86% ของจำนวนบริษัทที่ทำ IPO ในช่วงดังกล่าว และมีมูลค่าการระดมทุนครั้งแรก (IPO) รวม 492,397 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด

ขณะที่การระดมทุนในตลาดรอง มีบริษัทครอบครัวจำนวน 301 บริษัท ที่ระดมทุนรวมกว่า 2,500 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 600,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของตลาดทุนในการสนับสนุนธุรกิจครอบครัวให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

รายได้ 9.75 ล้านล้านบาท จ่ายภาษีกว่า 1.65 แสนล้าน

ด้านผลต่อเศรษฐกิจ ในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 705 บริษัท มีรายได้รวมสูงถึง 9.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.5% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ที่ทำการศึกษา

ขณะเดียวกัน บริษัทกลุ่มนี้มีการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมกว่า 165,000 ล้านบาท คิดเป็น 21.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบ ที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2568 สะท้อนถึงบทบาทของธุรกิจครอบครัวที่มีต่อฐานรายได้ภาครัฐและระบบเศรษฐกิจโดยรวม

จ้างงาน 1.68 ล้านคน

นอกจากการสร้างรายได้และการลงทุนแล้ว ธุรกิจครอบครัวยังมีบทบาทสำคัญด้านการจ้างงาน โดยในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 705 บริษัท มีพนักงานรวมประมาณ 1.68 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567

โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่งมีการจ้างพนักงานในสัดส่วนมากกว่า 90% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ การศึกษาธุรกิจครอบครัวของตลาดหลักทรัพย์ฯ อ้างอิงข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทที่มีการปิดสมุดทะเบียนล่าสุดในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 จำนวน 843 บริษัท โดยพบว่า 705 บริษัท หรือ 84% จัดเป็นธุรกิจครอบครัวตามนิยามที่ใช้ในการศึกษา

ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจครอบครัวไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งตลาดทุน เศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษี และการจ้างงานของประเทศ