ตลาดหลักทรัพย์ยืนยันกรณีหุ้นMOREไม่กระทบระบบยังชำระยัได้ตามปกติ-จ่อออกมาตรการคุมเพิ่ม

Categories :

Public : November 14, 2022
ตลาดหลักทรัพย์ยืนยันระบบชำระยังปกติ ขึ้น SP เมื่อข้อมูลครบรอบด้าน ขอให้นักลงทุนทั้งโลกเชื่อมั่นระบบซื้อขายตลาดหุ้นไทยและบริษัทสมาชิกยังแข็งแรง จ่อออกมาตรการคุมซื้อขายเพิ่ม เช้าเวลา 09.00 น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท)โดย ดร .ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. และ  สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) โดยนายพิเชฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคม ได้เปิดแถลงชี้แจง  "แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีหุ้น บมจ. มอร์ รีเทิร์น (MORE)"   " ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเรียนว่า แม้จะมีเหตุการณ์ผิดปกติดังกล่าว แต่การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ระหว่างบริษัทสมาชิก  สามารถส่งมอบเงินให้แก่สำนักหักบัญชี(TCH)ดำเนินการได้ตามปกติ แต่ระหว่างสมาชิกกับนักลงทุนจะมีปัญหาหรือไม่จะต้องติดตามและตรวจสอบกันต่อไป ซึ่งกรณีนี้หากมีปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จึงมีสถานะทางการเงินที่แตกต่างไป  แต่จนถึงตอนนี้ขอยืนยันว่าระบบการชำระยังคงปกติ ยังคงสามารถให้บริการได้เหมือนเดิม "  ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวยืนยัน สำหรับกรณีหุ้น MORE ที่เกิดปัญหาขณะนี้จะไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดฯ เนื่องจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ของหุ้น MORE ปัจจุบันอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย (free float) อยู่ที่ 50% หรือราว 5,000 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายหลัก 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด   ตลท. ในปัจจุบันอยู่ที่ 20 ล้านล้านบาท และ มีมูลค่าการซื้อขายเป็นหลักแสนล้านบาทต่อวัน ดร.ภากร กล่าวว่า กรณีหุ้น MORE  มีความสงสัย  ตรวจสอบ เกาะติดสถานการณ์มาโดยตลอดรวมถึงได้หารือและปรึกษา กับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบซึ่งเป็นประเด็นต้องให้ความสำคัญ และหลังจากเกิดกรณีนี้แล้ว   หลังจากนี้จะเห็นการออกมาตรการต่างๆออกมาในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นปัญหาเช่นนี้อีก อย่างไรก็ตามปัจจุบันขอยืนยันว่าในส่วนของเงินกองทุนตลาดหลักทรัพย์ยังคงมีปริมาณที่มากพอรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขณะที่  ปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ยังคงมีเพียงพอ   ดร.ภากร กล่าวว่า   การขึ้นเครื่องหมาย SP พักการซื้อขายหุ้น MORE ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด โดยจะมีการพิจราณาอย่างต่อเนื่องเป็นรายวัน หากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นเครื่องหมาย SP แล้วก็จะมีการยกเลิก    " การขึ้นเครื่องหมาย SPหุ้นMORE วันนี้ไม่ถือว่าช้าเพราะในการดำเนินการใดๆตลท ต้องตรวจสอบมีข้อมูลและหลักฐานมากพอในการดำเนินการ เพราะอาจมีกรณีที่มีข้อกังขาต่อการทำหน้าที่ของตลท เราก็สามารถที่จะชี้แจงและอธิบายเหตุผลทั้งหมดได้ และตลากหลักทรัพย์ก็มีนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนการดำเนินการใดๆจะต้องรอบคอบและมีหลักฐานชัดเจน "    ดร.ภากร   กล่าวว่า ขอให้ความเชื่อมั่นกับนักลงทุนทั่วโลกว่าระบบการซื้อขายของเรา ความเข้มแข็งของโบรกเกอร์ไม่ได้มีปัญหา และ จากนี้ไปเราจะมีการปรับปรุงวิธีการต่างๆเพื่อที่จะปิดช่องว่างต่างๆ เพื่อทำให้ดีขึ้นในอนาคตซึ่งหากมีความคืบหน้าจะมีการอัพเดทให้ฟังอีกครั้ง นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) เปิดเผยว่า ได้เห็นการซื้อขายที่ผิดปกติในหลักทรัพย์ MORE โดยมีปริมาณการซื้อขายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในวันที่ 10-11 พ.ย. จึงพิจารณาได้ว่าอาจจะเข้าข่ายผิดปกติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจจะทำให้เกิดความกังวลในตลาดหลักทรัพย์ รวมไปถึงการใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ ทางสมาคมฯจึงได้ร่วมมือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อที่จะตรวจสอบธุรกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าสมาชิกทุกรายสามารถที่จะให้บริการลูกค้าได้ตามปกติ ซึ่งสมาชิกทุกรายอยู่ภายกฎเกณฑ์การกำกับดูแลเดียวกัน และ ทุกรายได้ให้ความร่วมมือที่จะตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นว่าธุรกิจกรรมดังกล่าวทำได้อย่างไร และ เป็นไปตามกฎหมายหรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้เพื่อที่จะดูว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ และ ธุรกรรมที่ปกติ จะต้องมีการแยกออกจากกัน ซึ่งหากมีธุรกรรมใดที่ผิดปกติจะต้องมีการดำเนินการตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกท่าน และ จะมีการดำเนินการเพื่อปรับปรุงแก้จุดอ่อนจะมีการดำเนินการต่อไป "แน่นอนในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนต่างๆเราก็จะมีการดำเนินการต่อไป แต่ก็อยากจะให้ความมั่นใจว่าการให้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆสามารถให้บริการต่อไปได้ ข่าวที่ออกไปค่อนข้างมากซึ่งมีความคลาดเคลื่อนพอสมควร อาจจะมีการตีความออกไปในหลายๆทางซึ่งสร้างความสับสบ แต่ทางบริษัทหลักทรัพย์เองมองว่าธุรกรรมแบบนี้ไม่ได้มีผลกระทบอย่างมากต่อธุรกรรมทั้งหมด และทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติได้"นายพิเชษฐ กล่าว