ไขปริศนา!! ต่างชาติขายหุ้น-ตราสารหนี้ไทย ครึ่งปี 1.6 แสนล้าน

Categories :

Public : 06/27/2024

ไขปริศนา!! ต่างชาติขายหุ้น-ตราสารหนี้ไทย ครึ่งปี 1.6 แสนล้าน

ดัชนีระดับนี้นักลงทุนสถาบันเข้าซื้อแล้ว ลุ้นไตรมาส4 จีดีพีฟื้นแรง -Thai ESG -วายุภักษ์ 3  !  ครึ่งปีหลัง หุ้นกู้ออกขาย 5 แสนล้าน

FETCO และ ThaiBMA จัดสัมมนา Investment Forum 2024 หัวข้อ "จัดทัพลงทุนลุ้นดอกเบี้ยลด ท่ามกลางความขัดแย้งในเวทีโลก"

ในวงสัมมนาได้พูดถึงทิศทางตลาดหุ้น-ตลาดตราสารหนี้ หลังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง ขายหนักทั้งหุ้นและบอนด์ ครึ่งปีแรกรวมกัน 1.6 แสนล้านบาทแล้ว !! แบ่งเป็นตลาดหุ้น1แสนล้าน และบอนด์ 6 หมื่นล้าน

แรงขายของต่างชาติ ในตลาดหุ้นที่ขายยาวนาน มากว่าปีครึ่ง จากปี2566 กว่า 2 แสนล้าน ครึ่งแรกปีนี้ขายแล้ว 1 แสนล้าน และทำให้ดัชนีหุ้นไทยลงมาซื้อขายในดับที่ 1,310จุด และระดับนี้จะเป็นระดับที่เข้าลงทุนได้หรือไม่  และถ้าจะเข้าลงทุน ลงหุ้นตัวไหน กลุ่มไหนดี

คำถาม ต่างชาติเขาเอาหุ้นจากไหนมาขายถึงขายหนักขนาดนี้???

ตำตอบ : จาก ดร. วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทรีนีตี้กล่าวว่า แรงขายของต่างชาติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและขายหนักนั้นเป็นการนำหุ้นที่เข้ามาลงทุนและถือยาวเมื่อปี 2006-2007 ออกมาขาย หรือหุ้นที่เข้าลงทุนเมื่อ10 ปีก่อนมาขายนั้นเอง

ส่วนเหตุผลของการขายเนื่องจากความสามารถทำกำไรของตลาดหุ้นน้อยลง เห็นได้จาก EPSของตลาดไม่เคยพุ่งเกิน 100 บาทต่อหุ้น แต่จะอยู่ที่ระดับ 80-90 บาทต่อหุ้น

เมื่อถามดัชนีที่ซื้อขายระดับนี้เข้าซื้อได้หรือยัง ??

ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า ดัชนีที่ลงมาถึงระดับนี้ในแง่มุมของนักลวทุนสถาบันนั้นเริ่มเห็นการเข้าลงทุนในหุ้นแล้ว ประกอบกับมีกระแสเงินสดในมือในสัดส่วนมากถึง 9% จึงเป็นจังหวะการเข้าซื้อ แต่ในส่วนของนักลงทุนต่างชาตินั้น ยังไม่เห็นสัญญาณซึ่งจากการศึกษา ที่ระดับดัชนี 1,250 จุดจะเป็นระดับที่ต่างชาติจะเข้ามาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง หลังไหลออกมาต่อเนื่องช่วง10ปีนี้รวมๆกว่า 8 แสนล้านแล้ว

สำหรับเหตุผลที่สนับสนุนว่า ตลาดหุ้นลงมาขนาดนี้และถึงระดับน่าลงทุน เพราะ 1. ในแง่ภาพรวมเศรษฐกิจ จีดีพี ไตรมาส1 ที่โต 1.5% ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดแล้ว ไตรมาส 2,3,และ 4 น่าจะดีดตัวขึ้น โตเฉลี่ยเกิน 2% และจะโตมากถึง 4% ในไตรมาส 4 จากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ที่จะหนุนให้โตดี

2.กองทุน Thai ESGจะเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้หุ้นดีขึ้น ซึ่งหากจะลวทุนก็ให้ลงทุนหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม SETESG ที่มี กว่า100 ตัวและสถาบันลวทุนได้ประมาณ5% ต่อตัวหุ้นดังนั้นเม็ดเงินก็จะกระจายๆลงมา ซึ่งหุ้นที่น่าสนใจ ตามตาราง

 

  3. รัฐมีแนวคิดตั้ง “ วายุภักษ์3” ถือว่าสนับสนุนและจากการย้อนสถิติดู วายุภักษ์1และ2 จะเห็นว่า กองทุนให้ผลตอบแทนดีมาก

โดยวายุภักษ์2 ให้ผลตอบแทนถึง19%

   

โดยสรุปคือ ไตรมาส3 ถือว่าเป็นจังหวะน่าเข้าลงทุนเพื่อรับผลจากเศรษฐกิจที่จะพีคในไตรมาส4 แค่เลือกหุ้น เลือกกลุ่มหุ้นให้ดี ซึ่งกลุ่มน่าสนใจ อิเลคทรอนิกส์ รับผลจากสหรัฐโตดีมากและมีเม็ดเงินลงทุนเข้ากว่า 1 แสนล้านดอลล์จากอดีตแต่หลักหมื่น ,กลุ่มเฮลท์,กลุ่มส่งออก เกษตรและอาหารเป็นต้น

****ต่างชาตืถือครองตราสารหนี้8.7แสนล้านลดลงต่อเนื่อง

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ (ThaiBMA) กล่าวว่า ต่างชาติขายสุทธิตลาดตราสารหนี้ 6 เดือนแรกขายแล้ว 6 หมื่นล้าน ขายต่อเนื่องจากปีก่อน ที่ขายไป 1.4แสนล้านบาท นับรวม 1ปีครึ่งต่างชาตอขายออก2 แสนล้านบาท

[caption id="attachment_56074" align="alignnone" width="640"] Screenshot[/caption]

ผลของการขายทำให้ยอดถือครองสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยลดลงเหลือ 8.7แสนล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ 9.8 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตามแม้จะขายและถือครองสุทธิลดลงก็ไม่ทำให้ตลาดตราสารหนี้มีปัญหาและยังสามารถรองรับแรงขายได้ เพราะการขายที่ออกไปมีสัดส่วนประมาณ 5% ของยอดคงค้ทงสุทธิของตลาดรวมที่มีมูลค่า 17 ล้านล้านบาท

** ดอกเบี้ยมีผลต่อตราสารหนี้

สำหรับปัจจัยที่มีผลมากต่อตลาดตราสารหนี้คือ ดอกเบี้ย ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง และ ล่าสุดจากกานสำรวจ ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายไทย มีทั้งที่มีความเห็นว่าไม่ลงดอกเบี้ยเลยปีนี้  57% % และ 43%เห็นว่าลง 1 ครั้ง ส่วนยีลเคิฟของพันธบัตร  5 ปีจะอยู่ที่ 2.47-2.5% และ10ปี 2.73% ในปลายปีไม่แตกต่างมากจากช่วงเดียวกันปีก่อน

***หุ้นกู้เอกชน 5 แสนบาทครึ่งปีหลัง

ขณะที่การออกหุ้นกู้เอกชน เฉพาะเรตติ้ง A ครึ่งปีหลังน่าจะเห็นอีก 5แสนล้านบาท เพราะปีนี้มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด ประมาณ9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสให้เลือกลวทุนได้ แต่นักลงทุนต้องรู้และเข้าใจว่า ความเสี่ยงของการลงทุนคืออะไร ซึ่งความเสี่ยงลงทุนหุ้นกู้จะมี 3ความเสี่ยง( ตามรูป)

นอกจากนี้หุ้นกู้ในตลาดมีหลายประเภทเลือกลวทุนถูกก็ได้รับดอกเบี้ยดี แม้ตอนนี้มีเรื่องผิดนัดและขยายเวลาชำระหนี้ แต่ก็ยังดี ที่ไม่ดีฟลอร์ และยังได้ดอกเบี้ยแม้จะช้าไปหน่อย

การจัดทัพลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ จัดทัพลงทุนหวังผลตอบแทนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

การลงทุนในตลาดหุ้น = กองหน้า

การลงทุนตราสารหนี้= กองหลัง กองหนุน เป็นการลงทุนที่ปกแ้องและสร้างกระแสเงินสดรับ เลือกกอง เลือกหุ้น ลงทุนให้ดี ก็จะมีกำไร !!