“เมืองไทยประกันชีวิต” เผยกลยุทธ์ปี 66 เน้นทำตลาดประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ คุ้มครองยาวถึง 99 ปี
Categories : Update News, Insurance
Public : 04/01/2023เมืองไทยประกันชีวิต เผยกลยุทธ์ปี 66 เน้นทำตลาดประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ มีสินค้าครบทุกกลุ่มเป้ายหมาย คุ้มครองยาวถึง 99 ปี สร้างความยั่งยืนต่อเนื่อง หลังปี 65 เน้นเก็บเบี้ยสะสมทรัพย์สนองความต้องการลูกค้ายุคดอกเบี้ยขาขึ้น

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัทยังคงให้น้ำหนักกับการทำตลาดแบบประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพเป็นหลัก เหมือนกับช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนระยะยาวและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท
“ในปี 2565 อัตราดอกเบี้ยตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้เราเน้นทำตลาดประกันสะสมทรัพย์บ้าง จากเดิมช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เราเน้นประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพเป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนเบี้ยอยู่ที่ 80% แต่ปีที่ผ่านสัดส่วนเบี้ยคุ้มครองชีวิตและสุขภาพตรงนี้ลดลงเหลือ 60-70% ส่วนที่เหลือสัดส่วนก็มาจากเบี้ยสะสมทรัพย์ ยูนิตลิงค์ และประกันกลุ่ม แต่พอมาปีนี้ทิศทางดอกเบี้ยเริ่มชะลอตัวลง เราจึงหันกลับมาเน้นแบบประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพเหมือนเดิม”นายสาระ กล่าว
ทั้งนี้ การทำตลาดที่สำคัญต้องยึดตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลักและหาผลิตภัณฑ์มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ โดยเฉพาะแบบประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ยังมีความต้องการสูง ในแต่ละปียังมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลก็เพิ่มขึ้นปีละ 8-12% และส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเพิ่มสูงขึ้นได้
ดังนั้น กลไกลตลาดจะเป็นตัวกำหนดด้านการแข่งขันราคาและความคุ้มครองต่างๆ ขณะเดียวกันลูกค้าเองก็มีความรู้ที่จะเปรียบเทียบแบบประกัน ราคา การบริการ รวมถึงความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของแต่ละบริษัทมากขึ้น
“อย่างของเมืองไทยประกันชีวิตเอง ก็มีแบบบประกันสุขภาพให้ลูกค้าเลือกหลากหลายตั้งแต่ระดับบน กลางลงมาถึงลูกค้าทั่วไปที่ค่าเบี้ยโรคร้ายแรงปีละ 200-300บาทก็มี อายุรับประกันจากเดิมที่ 65 ปี ก็เพิ่มมาถึง 90 ปีและต่ออายุได้ถึง 99 ปี รองรับกับสังคมผู้สูงอายุได้ เราจึงมองว่าปีนี้ยังเป็นอีกปีที่ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเป็นบวก”นายสาระ กล่าว
สำหรับภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2565 ก็คาดว่ายังอยู่ในตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ คือ มีเบี้ยรับรวมประมาณ 612,000 – 629,500 ล้านบาท อัตราการเติบโตระหว่างร้อยละ 0 ถึง 2.5 และอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประมาณ 82 ถึง 83%
