“CPF “ปี65ยอดขายพุ่ง ทะลุ6.17แสนล้าน-กำไรจากการทำธุรกิจปกติโต170%
Categories : Update News, Stock Market
Public : 26/02/2023"CPF"ทำสถิติยอดขายนิวไฮ !ปี 65 ทะลุ 614,197 ล้านบาท ขณะที่ มีกำไรสุทธิ 13,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 % แต่หากหักรายการพิเศษที่เกิดขึ้น ปี 2564 กำไรเพิ่มขึ้น 170 %จากปีก่อน บอร์ดเคาะปันผลอีกหุ้นละ 0.35บาท มั่นใจ ปี 66 ผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ CPF ” รายงานยอดขายปี 2565 จำนวน 614,197 ล้านบาท เติบโต 20 % จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งระดับราคาสินค้าที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อน มีกำไรสุทธิจำนวน 13,970 ล้านบาท
ซีพีเอฟมีการลงทุนและร่วมลงทุนใน 17 ประเทศ ส่งออกจากประเทศไทยไปประเทศต่างๆ อีกมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
สัดส่วนยอดขายในปี 2565 ที่ผ่านมาเป็นของกิจการในต่างประเทศ 63 % กิจการประเทศไทย 31 % และยอดขายจากการส่งออก 6 % ของยอดขายรวม

กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้น 60 % มีกำไรจากการปรับราคายุติธรรมของสินค้าชีวภาพเพิ่มขึ้น 159 % ส่งผลให้มีกำไรสุทธิในปี 2565 จำนวน 13,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7 % แต่หากหักกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินลงทุนด้วยหุ้นของ Makro ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 จำนวน 7,849 ล้านบาท จะทำให้กำไรก่อนรายการพิเศษในปี 2565 เพิ่มขึ้น 170 %จากปีก่อน
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นว่า ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญด้านมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมารวมถึงธุรกิจในประเทศไทยปีนี้มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นภายใต้ภาวะที่อุตสาหกรรมเผชิญกับการระบาดของโรค ASF ในสุกร (African Swine Fever)
นอกจากนี้ ซีพีเอฟมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสังคมรูปแบบใหม่สืบเนื่องมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 (New Normal) ด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการขยายช่องทางการขายให้มีความหลากหลาย ส่งเสริมคู่ค้าในการปรับรูปแบบการขายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและสร้างคุณค่าร่วมไปด้วยกัน
นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ซีพีเอฟยังคงมุ่งสร้างสมดุลในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้มีการสนับสนุนลดการใช้พลังงานถ่านหินและหันมาใช้พลังงานทดแทน และมีการยกเลิกการใช้ถ่านหินในโรงงานประเทศเวียดนามตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 และ ในโรงงานประเทศไทยตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2565
