“RML “ปรับโมเดลทำธุรกิจ ดึงพันธมิตรร่วมทุน -เจ้าของที่ดิน ร่วมพัฒนาโครงการ

Categories : Update News, Stock Market

Public : 07/03/2023

"RML "ปรับโมเดลทำธุรกิจ ดึงพันธมิตรร่วมทุน -เจ้าของที่ดิน ร่วมพัฒนาโครงการ   ด้านผลงานส่อแววฟื้นหลังไตรมาส4 พลิกมีกำไร 43 ล้านจากขาดทุน457 ล้านมั่นใจ ปี66 เทิร์นอะราวด์ต่อเนื่อง

นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวทางในการลงทุนพัฒนาโครงการในปี2566 ว่า จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในโครงการต่างๆ จากการระดมทุนด้วยตนเองไปสู่การลงทุนร่วมกับบริษัทอื่น (Joint venture) เพิ่มมากขึ้น และจะร่วมกับเจ้าของที่ดิน  หรือ  แอสเสท ไลท์ (Asset light) เพื่อพัฒนาโครงการ เพราะจะ ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าที่ดิน ลงได้มาก รวมทั้งจะเดินหน้ส สร้างพอร์ตสินค้า ที่จะสร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income) สามารถรับรู้รายได้เร็ว และรายได้ประจำมากขึ้น

ทั้งนี้คาดว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ จะเปิดให้บริการ ‘วัน ซิตี้ เซ็นเตอร์’ (One City Centre) อาคารสำนักงานเกรดเอ ระดับลักชัวรี่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย  ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำ และ กระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  และเป็นโครงการฯ ได้รับผลตอบรับที่ดีมากแม้ยังไม่ได้เปิดทำการเต็มรูปแบบก็ตาม ปัจจุบันมีอัตราการเช่าแล้วกว่า 50% และมีบริษัทชั้นนำมากมายเข้าเซ็นสัญญาแล้ว อาทิ มิตซูบิชิ เอสเตท (ประเทศไทย), มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ (ประเทศไทย), มิตซูบิชิ พาวเวอร์ (ประเทศไทย), มารูเบนิ (ประเทศไทย) และอีกหลากหลาย องค์กรดังระดับโลก

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในรูปแบบ อัลตร้า ลักชัวรี่ แบรนด์เด็ด เรสซิเดนซ์ (Ultra-Luxury Branded Residence) 2 แห่ง โครงการแรกคือ โรสวูด เรสซิเดนซ์เซส กมลา (Rosewood Residences Kamala) จังหวัดภูเก็ต โดยจะพัฒนาในรูปแบบโครงการวิลล่าสุดหรูส่วนตัวเพียงไม่กี่หลัง มูลค่าโครงการรวมกว่า 7 พันล้านบาท และอีกโครงการ ในโซนสุขุมวิท เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระดับลักชัวรี่ และอัลตร้าลักชัวรี่

" มั่นใจว่าผลงานของบริษัทในปี2566 จะเทิร์นอะราวน์ต่อเนื่อง จากปี2565 ที่ฟื้นมาชัดเจนโดยเฉพาะผลงานงวดไตรมาส 4 ที่พลิกกลับมามีกำไร จากขาดทุน สะท้อนถึงการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ จากการบริหารจัดการต้นทุนโครงการของ RML ในปัจจุบัน รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีดอกเบี้ยแบบอัตราลอยตัวและอัตราคงที่ในสัดส่วนที่เหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จจากการรีแบรนด์ ภายใต้สโลแกน ‘ลักชัวรี่ รีอิมเมจิ้น (Luxury Reimagined)’ เพื่อยกภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย และขยายกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงทุกเจเนอเรชั่นที่มีกำลังซื้อของตลาดลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ จึงทำให้โครงการได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก โดยทั้งสองโครงการภายใต้การร่วมทุนกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ คือ ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’ มียอดขายแล้ว ประมาณ 80% และ ‘เทตต์ สาทร ทเวลฟ์’ (Tait Sathorn 12) มียอดขายแล้วประมาณ 90%” นายกรณ์ กล่าว

 

สำหรับในปี 2565 รายได้รวม 2,745 ล้านบาท ส่วนหนึ่งของรายได้จำนวน 2,393 ล้านบาท มาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธ์ของโครงการ ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างไรมอน แลนด์ และ โตเกียว ทาเทโมโนะ บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 อยู่ที่ 4,965 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’ ซึ่งทยอยโอนกรรมสิทธิ์มาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 และโครงการ ‘เทตต์ สาทร ทเวลฟ์’ คอนโดมิเนียมลักชัวรี่ ใจกลางสาทร ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส3