กสิกรไทยมองสารพัดปัจจัยไม่แน่นอน!!เสี่ยงพาเศรษฐกิจถดถอยศรษฐกิจไทยโตช้าในรอบ 10 ปี
Categories : Update News, Finance
Public : 24/01/2024KBANK ชี้เศรษฐกิจไทยโตช้าในรอบ 10 ปี ห่วงการลงทุนภาคเอกชนต่ำ มองมาตรกการกระตุ้นภาครัฐ ช่วยได้แค่ระยะสั้น ย้ำเป้าจีดีพีไทยปี 67 โต 3.1% แต่หากมี ดิจิทัล วอลเล็ต จะโต 3.6% ยังเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยจากปัจจัยกดดันทั้งภายนอกและภายใน เศรษฐกิจจีนเสี่ยงเหมือนไทยตอนต้มยำกุ้ง-สหรัฐอาจไม่ซอฟแลนด์ดิ้ง ดอกเบี้ยลงแน่ มองค่าเงินบาท 34-35บาท

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยถึง “วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2567” ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในกรณีฐานของธนาคารในปี 2567 อยู่ที่ 3.1% และ หากรวมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตการเติบโตจะอยู่ที่ 3.6% จากปี 2566 ที่คาดจีดีพีไทยเติบโต อยู่ที่ 2.5% อย่างไรก็ตามตลาดเห็นโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 15%
“เศรษฐกิจเราโตช้าในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ถ้าเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจประเทศอื่น เพราะขาด การลงทุนภาคเอกชน หากเรามีแค่มาตรการมากระตุ้นก็คงช่วยได้แค่ในระยะสั้น เราต้องปรับโครงสร้างเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ซึ่งเห็นได้จากปีก่อนต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง เพราะการลงทุนเอกชนลดลง ซึ่งการลงทุนเอกชนคิดเป็น 18% ต่อจีดีพี ส่วน EPS โตอยู่ที่ 6.7% ก็ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับอดีต และ เพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ”นายกอบสิทธิ์ กล่าว
เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งความไม่แน่นอนจากนโยบายดอกเบี้ยในธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก ปัญหาเงินเฟ้อ และ ความขัดแย้งในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนส่งผลกระทบต่อการค้าโลก รวมไปถึงจีนที่เจอปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และ ทำให้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ซึ่งหากทางจีนยังไม่มีมาตรการ หรือ การแก้ปัญหาดังกล่าวก็อาจส่งผลเสียต่อดุลการค้าไทย ซึ่งขณะนี้สัญญานอ่อนแอของประเทศจีนกำลังเป็นเหมือนกับประเทศไทยตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือหากจีนมีปัญหากระทบไทยแน่เพราะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกันกว่า 4แสนล้านดอลล์ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวก็กระทบไปด้วย
ในขณะที่ปัญหาดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้จะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยดุลบัญชีเดินสะพัดไม่เกิน 40,000 ล้านดอลลาร์ มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งในขณะนั้นทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีการออกมาตรการสกัดไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจนเกินไป แต่จากการที่ธปท. มองว่า ดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ตลาดคาดว่า ใน1 ปีดอกเบี้ยจะทรงตัว และ ไม่เปลี่ยนการคาดการณ์ว่า ดอกเบี้ยจะลงได้ลึก
โดยธนาคารคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 2/24 โดยคาดว่าจะลดประมาณ 1.36% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยคาดว่า เงินบาทจะมีแนวโน้มลดลงประมาณเหลือ 34.00 บาท/ดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ประเทศไทยมองว่าดอกเบี้ยก็จะลดลงเช่นกันประมาณ 0.60%ส่วนจะเริ่มเมื่อไรต้องรอ
