PTTGC เผย Q1/67 มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 703 ลบ.-รายได้รวมโต 5% โรงกลั่น-ปิโตรเคมีหนุน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 13/05/2024
 

 "PTTGC"  เปิดตัวเลขงบการเงินงวดไตรมาสแรกปี 67 อวดกำไรปกติจากการดำเนินงาน    703  ขณะที่รายได้รวมเพิ่ม 5% ตามราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี

 

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/67   ว่า บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 703 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่บริษัทฯ มีขาดทุน 1,949 ล้านบาท  โดยบริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ/ควบคุมไม่ได้ได้แก่ กำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Gain Net NRV) รวม 359 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง 107 ล้านบาท ขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวมเป็น 1,577 ล้านบาท บริษัทฯ รับรู้ส่วนขาดทุนจากเงินลงทุนในไตรมาสนี้ 323 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมีส่วนใหญ่ยังคงไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ในไตรมาส1ปีนี้ขาดทุนสุทธิ   606.10  ล้านบาท

ในไตรมาส 1/67 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 155,187 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 4% จากไตรมาส 4/66 จากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นลดลงเป็นหลักและปริมาณการขายของโรงกลั่นที่ลดลงจากผลิตภัณฑ์ดีเซลที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ที่ลดลงตามฤดูกาลหลังจากฤดูหนาวเป็นหลัก แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจฟีนอล ธุรกิจโพลิเมอร์เป็นหลัก

 

ส่วน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 11,054 ล้านบาท ปรับลดลง 2% จากไตรมาส 4/66โดย Adjusted EBITDA ในไตรมาส 4/66 มีการรับรู้กำไรจากจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 1,422 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อพิจารณาเฉพาะผลจากการด าเนินงานแล้วมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ และปริมาณการขายที่ปรับเพิ่มขึ้นของบริษัท allnex

 

โดยธุรกิจโรงกลั่นมีส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในระดับสูงแต่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการอ่อนตัวลงของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ดีเซลภายหลังจากที่ผ่านช่วงฤดูหนาวรวมทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่มีความผันผวนในช่วงไตมาส 1/67 จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งค่าการกลั่นเฉลี่ยของไตรมาส1/67 อยู่ที่ 8.3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

 

นอกจากนี้บริษัทฯดำเนินตามโนยบายผลิตน้ำมันดีเซลให้เป็นไปตาม“มาตรฐานยูโร 5” หรือมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ (Euro Emissions Standards) ระดับ 5 ซึ่งเริ่มประกาศบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 67 ในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและเบนซีนเป็นหลัก นอกจากนี้โรงงานโอเลฟินส์และโรงงานโพลิเมอร์มีปริมาณการขายที่ปรับสูงขึ้นหลังจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาส 4/66เป็นหลัก ส่งผลให้ปริมาณการขายของผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น 3%ในขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาเม็ดพลาสติกโพลิเอทีลีนเฉลี่ยในไตรมาสนี้

 

สำหรับผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษปรับเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายของบริษัท allnex หลังจากอุปสงค์ลดลงตามฤดูกาลของธุรกิจในช่วงวันหยุดยาวในไตรมาส 4 เป็นหลัก ทั้งนี้ธุรกิจปิโตรเคมีโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะอ่อนตัวโดยได้รับความกดดันจากปัจจัยทั้งในด้านภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นมากนัก และอุปทานส่วนเกินที่มีในตลาดโดยเฉพาะอุปทานใหม่ในประเทศจีน