ตลท.เดินสายโรดโชว์นักลงทุนต่างประเทศ แจงการยกระดับการกำกับดูแล สร้างความเท่าเทียม สกัดเก็งกำไร ด้านกองทุนต่างประเทศ ขอให้เฮียริ่งก่อนใช้!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 06/06/2024

ตลท.เดินสายโรดโชว์นักลงทุนต่างประเทศ แจงการยกระดับการกำกับดูแล สร้างความเท่าเทียม สกัดเก็งกำไร ด้านกองทุนต่างประเทศ ขอให้เฮียริ่งก่อนใช้มาตรการต่างๆด้วย ย้ำยังสนใจลงทุนหุ้นไทย ! หลายธุรกิจยังมีเสน่ห์น่าลงทุน ! ด้านภาวะตลาดหุ้นรวม ยังถูกกดดันจากยโยบายดอกเบี้ยเฟด-การเมืองมีผลน้อยกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการออกไปนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์) กับสถาบันต่างประเทศเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการกำกับดูแล ของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เท่าเทียม และสกัดการเก็งกำไร ว่า นักลงทุนมีความเข้าใจในมารตการที่ ตลท อยู่ระหว่างการดำเนินการ และได้มีกานเสนอว่า ก่อนที่ ตลท จะใช้มาตรการใดๆก็ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุนต่างประเทศด้วย และ ยังมีความสนใจลงทุนหุ้นไทย และมองว่ายังเป็นตลาดที่ยังมีเสน่ห์  และยังมีกลุ่ม หุ้นและธุรกิจที่น่าสนใจ

“ หลังจากนี้ตลาดยังเดือนสายโรดโชว์ต่อโดยจะไปลอนดอน และพบว่า การไปโรดโชว์แบบเจอหน้าดีและมีผลมากกว่าออนไลน์ ”

 สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นนั้นมองว่า ปัจัยทางเศรษฐกิจ จะมีผลต่อการลงทุนมากกว่า ประเด็นทางการเมือง และภาพรวมไตรมาสแรกถือว่าดีขึ้น และ บจ. ไทยสามารถบริหารต้นทุนได้ และปรับตัวได้

 

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับเศรษฐกิจไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2567 ขยายตัว 1.5% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 0.8% หลังได้รับแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อไทยปรับเพิ่มเป็นบวกเดือนแรกหลังหดตัวติดต่อกันหกเดือน และการกลับมาขยายตัวอย่างช้าๆ ของการส่งออก อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2567 โดยภาพรวมมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน  เช่น ธุรกิจโรงแรม การบิน พื้นที่เช่า ค้าปลีก และโทรคมนาคม นอกจากนี้ บริษัท  จดทะเบียนเกินครึ่งรายงานกำไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทำให้นักวิเคราะห์ปรับ Forward EPS ของ SET เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้า ขณะที่ valuation ของหุ้นไทยหลาย sector ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

” แรงขายของต่างชาติที่เกิดขึ้นมากในเดือน พ.ค เกิดจากการรีบาลานซ์ของ MSCI ทำให้สถาบันและนักลงทุนต้องปรับพอร์ตตาม“

นอกจากนี้มองว่า นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐยังมีผลต่อการลงทุน และมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งเดียวจากก่อนหน้ามอง 2-3 ครั้งหลังเงินเฟ้อไไม่ลดและยังยืนที่2.5% ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้อเป้าหมาย ที่กำหนด2% ซึ่งเงินเฟ้อที่สูง เป็นผลจากสงครามที่เกิดขึ้นและชัดเจนว่าได้กระทบต่อต้นทุนขนส่งเพราะมีกสคอ้อมเส้นทางเพื่อหลีกพื้นที่ที่มีปัญหา

 

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 SET Index ปิดที่ 1,345.66 จุด ปรับลดลง 1.6% จากเดือนก่อนหน้า และปรับลดลง 5.0% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า โดยผู้ลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุนตลาดทุนหลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ
ในเดือนพฤษภาคม 2567 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และ กลุ่มบริการ
ในเดือนพฤษภาคม 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2567 มาอยู่ที่ 45,612 ล้านบาท แม้ว่าลดลง 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างประเทศ     ขายสุทธิ 16,566 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
ในเดือนพฤษภาคม 2567 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. สุพรีม ดิส       ทิบิวชั่น (SPREME) และใน mai 1หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น (LTS)
Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 14.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.1 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า
อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม2567 อยู่ที่ระดับ 3.48% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.18%