GULF เปิดแผนการลงทุนปี 68 คาดใช้งบลงทุนหลักหลายหมื่นล้านบาท เน้นการลงทุนด้าน Data Center
Categories : Update News, Stock Market
Public : 03/02/2025GULF เปิดแผนการลงทุนปี 68 คาดใช้งบลงทุนหลักหลายหมื่นล้านบาท โดยจะเน้นการลงทุนด้าน Data Center เป็นหลัก ซึ่งจะขยายเพิ่มอีกหลายโครงการ รวมทั้งขยายการลงทุนในต่างประเทศ -จ่อขายหุ้นกู้รวดเดียวชุด นำเงืนคืนหนี้หุ้นกู้เดิม
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเผยแผนการลงทุนปี 68 คาดใช้งบลงทุนหลักหลายหมื่นล้านบาท โดยจะเน้นการลงทุนด้าน Data Center เป็นหลัก ซึ่งจะขยายเพิ่มอีกหลายโครงการ รวมทั้งขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยมองสหรัฐเป็นตลาดใหญ่ที่กำลังศึกษา ซึ่ง GULF มีโรงไฟฟ้าอยู่แล้วในเมืองชิคาโก และมีโอกาสในการขยายต่อในสหรัฐค่อนข้างสูง โดยมองการทำ M&A เพราะรวดเร็วกว่า
ขณะที่ทิศทางพลังงานในประเทศไทยมองว่าจะเป็นพลังงานสีเขียวมากยิ่งขึ้น ตามกระแสของโลก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนน่าจะถูกลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันกรณีที่นายทักษิณ ชินวิตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดถึงการปรับลดราคาพลังงาน มองว่าสามารถทำได้ และจะทำให้ต้นทุนของประชาชนถูกลง มีเงินจับจ่ายใช้สอย เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจมากขึ้น
ขณะเดียวกันในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เป็นเรื่องที่หลีกหนีไม่ได้ ไทยยังจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าถ่านหินจากเหมืองแม่เมาะที่มีต้นทุนต่ำมาก แต่เป็นส่วนที่เข้ามารักษาสมดุลระหว่างพลังงานฟอสซิลกับพลังงานสีเขียวได้ แม้ว่าจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างมาก แต่มีความจำเป็นเพื่อที่จะกดราคาค่าไฟลงไป

นอกจากนี้สงครามระหว่างรัสเซีย- ยูเครน รุนแรงน้อยลง ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติ LNG ที่นำเข้ามามีเสถียรภาพมากขึ้น และเชื่อว่ามีแนวโน้มลดลง ประกอบกับนโยบายด้านพลังงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่หนุนให้มีการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศมากขึ้น หนุนให้มีซัพพลายเข้าตลาดมากขึ้นด้วย เป็นเทรนด์ที่ดีที่จะทำให้ค่าไฟ ค่าเชื้อเพลงลดลง
ออกหุ้นกู้4ชุดรวด
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.00 – 3.20% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.15 – 3.35% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.35 – 3.55% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.55 – 3.75% ต่อปี ซึ่งบริษัทฯ จะประกาศอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนให้ทราบอีกครั้ง
หุ้นกู้ GULF ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ระดับ "A" ในขณะที่อันดับเครดิตองค์กรอยู่ระดับ "A+" แนวโน้ม "Positive" หรือ "บวก" สะท้อนถึงมุมมองที่เป็นบวกต่อการควบรวมกิจการกับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH
บริษัทฯ คาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 4 ชุด ให้แก่ประชาชนทั่วไปในระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ และ 3 มีนาคม 2568 ผ่านธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 10 แห่ง ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยมีมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท และสามารถเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
ทั้งนี้ GULF ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นบริษัทอื่น (Holding Company) ที่โครงสร้างหลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ธุรกิจพลังงาน (Energy Business) ประกอบด้วย ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (Power Generation Business) ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Business) ธุรกิจก๊าซ (Gas Business) 2. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค (Infrastructure & Utilities Business) และ 3. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) โดยโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ จะได้รับรายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ เนื่องจากมีสัญญาระยะยาวกับคู่สัญญาที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ ของ GULF ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปชำระคืนเงินกู้เดิมบางส่วน รวมทั้งใช้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีการเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้รายย่อยได้เข้าถึงการลงทุนในบริษัทฯ ที่มีการเติบโตอย่างมั่นคง และมีความเสี่ยงต่ำ รวมถึงจะได้รับผลตอบแทนอย่างเหมาะสม บริษัทฯ คาดหวังว่า การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนทุกกลุ่ม"
"ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ในระหว่างกระบวนการการควบรวมกิจการกับ INTUCH ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงต้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทจะนำไปสู่การจัดตั้งบริษัทใหม่ (NewCo) ซึ่งคาดว่าจะมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น มีกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่มีโอกาสผลักดันให้อันดับเครดิตสูงขึ้นในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทขยายการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว"
