” KBANK” เดินหน้าตามเป้าหมาย ดัน ROE ขึ้นสู่เลข 2 หลัก หวังสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้น !!! ล่าสุดประกาศปันผลพิเศษครั้งแรกหุ้นละ 2.50 บาท รวมทั้งปีปันผล 12บาทต่อหุ้น
Categories : Update News, Stock Market, Finance
Public : 17/03/2025" KBANK " เดินหน้าตามเป้าหมาย ดัน ROE ขึ้นสู่เลข 2 หลัก หวังสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้น !!! ล่าสุดประกาศปันผลพิเศษครั้งแรกหุ้นละ 2.50 บาท รวมทั้งปีปันผล 12บาทต่อหุ้น อนาคตอาจปรับเพิ่มนโยบายการจ่ายปันผล-รอมาตรการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "ซื้อหุ้นคืน "ก่อนขยับใหญ่อีกครั้ง!! พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมให้มากขึ้น ล่าสุดจับมือ ททท. หนุน TAGTHAi เปิดบริการ Tourist E-Wallet (TAGTHAi EASY PAY) เป็นครั้งแรกในไทย ทำใจแนวโน้มสินเชื่อ Q1/68 ทรงตัว!!!
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารจะเดินหน้าตามเป้าหมายทางการเงินที่ประกาศไว้โดยเฉพาะนโยบายในการเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น(ROE) ให้มีอัตราที่มากขึ้นหรือภายในปี 2569 ธนาคารจะต้องมี ROE ในเลข 2หลักจากปี 2567ธนาคารมี ROE ที่ 8.95% ซึ่งแนวทางที่จะทำให้ ROE ของธนาคารสูงขึ้นนั้นคือการพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมให้มากขึ้นไปอีกจาก ปัจจุบันที่ส่วนใหญ่นั้นมาจาก NIM ที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของธนาคารเพราะมีแหล่งต้นทุนทางการเงินที่ต่ำโดยปีที่ผ่านมา NIMของธนาคารอยู่ที่ 3.64%แต่มีเป้าหมายว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 3.3-3.5%
"หลังจากนี้อยากให้พิจารณาตัวเลขทางการเงินในเรื่องของ ROEเป็นหลักส่วนNIMนั้นจะเป็นตัวเลขหลังจากจากต้นทุนทางเครดิตแล้ว เพราะยอมรับว่าในปีนี้จะให้ความสำคัญในเรื่องของของเครด้วยและทีมจะทำงานเชิงรุกเพื่อให้คุณภาพสินเชื่อของธนาคารมีคุณภาพ "
นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ในประเด็นของการเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นนั้นล่าสุด คณะกรรมการธนาคาร(บอร์ด) ได้มีมติเห็นชอบการจ่ายเงินบันผลกรณีพิเศษ ดังนี้ 1. จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2567 แก่ผู้ถือหุ้นสามัญเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท นอกเหนือจากการจ่ายปกติสำหรับผลดำเนินงานปี2567ที่บอร์ดได้มีมติจ่ายไปแล้วหุ้นละ 1.50บาทในงวดกลางปีและจ่ายงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 8 บาทและเมื่อรวมปันผลพิเศษ ที่ได้มีมติไปจะทำให้ ผลดำเนินงานปี 2567 ธนาคารจ่ายปันผลทั้งสิ้น หุ้นละ 12 บาท โดย จะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 เมษายน 2568 และเมื่อผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว จะกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ถือหุ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2568

" การจ่ายปันผลพิเศษครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารได้มีการออกไปนำเสนิข้อมูล(โรดโชว์) กับผู้ถือหุ้น และ นักลงทุนในต่างประเทศช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ถือหุ้นอยากเห็นการจ่ายปันผลเหมือนกับธนาคารในต่างประเทศที่จ่ายปันผลทุกไตรมาสและให้ความเห็นว่า การที่ธนาคารมีเงินกองทุน ที่อยู่ในระดับสูงเกินไป เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในอัตราที่ต่ำ การมีเงินกองทุนที่สูงเกินไปอาจไม่มีความจำเป็นที่ธนาคารจะต้องดำรงเงินกองทุนไว้ในระดับสูง " นางสาวขัตติยา กล่าว
สำหรับการจ่ายปันผลพิเศษนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของธนาคาร และ อยู่ระหว่างการกำหนด Dividend payout ว่า จะอยู่ในระดับใดก็อาจมีการหยับมาพิจารณาในอนาคตซึ่งตามนโยบาบของธนาคารที่ประกาศไว้นั้นคือจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า25%ของกำไรสุทธิ ซึ่งในปี2567เป็นปีแรกที่อัตราการจ่ายเงินปันผลขยับขึ้นมาอยู่ที่ 37%ของกำไรสุทธิ ส่วนระยะเวลาการจ่ายนั้นก็จะต้องพิจารณากับต่อไปจากเดิมที่จ่ายปีละ2ครั้ง
นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ส่วนแผนอนาคตในการเพิ่ม ROE นั้น ธนาคาร อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และ กระทรวงพาณิชย์ ในการแก้กฎระเบียบการซื้อหุ้นคืน หรือ Share buyback เพื่อที่จะสามารถกำหนดนโยบายการซื้อหุ้นคืน หรือ การจ่ายปันผลในอัตราที่หมาะสมต่อไป
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึง ภาพรวมสินเชื่อไตรมาส 1/68 ทรงตัว เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) และ ไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) โดยสินเชื่อที่ยังมีการเติบโต เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย และ สินเชื่อบัตรเครดิต ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะกลับมาขยายตัวได้ในช่วงไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 เป็นต้นไป เนื่องจากลูกค้ามีการลงทุนไปในช่วงไตรมาส 4/67 และ ไตรมาส 1/68 มีการชำระคืนเข้ามามาก
ประกอบกับ นักลงทุนต่างชาติรอดูนโยบายการลงทุนจากภาครัฐบาลว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ เช่น โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ อินฟราสตัคเจอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากดิจิทัลวอลเลตเป็นการกระตุ้นระยะสั้นเท่านั้น
"ภาพรวมไตรมาส 1/68 สินเชื่ออาจจะทรงตัว ซึ่งการทรงตัวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจแล้วในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และ หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง โดยธุรกิจธนาคารยังมีความไม่แน่นอน และ ปีนี้สินเชื่อจะทรงตัวเมื่อเทียบจากปีก่อน ซึ่งจะเป็นปีที่ช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 1/68 เราเห็นลูกค้าเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้มากขึ้น โดยไม่รวมกับโครงการคุณสู้ เราช่วย"นางสาวขัตติยา กล่าว

นางสาวขัตติยา กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียบว่า ล่าสุด ธนาคารร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หนุน TAGTHAi เปิดบริการ Tourist E-Wallet (TAGTHAi EASY PAY) เป็นครั้งแรกในไทย ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จ่ายปลอดภัย สแกนจ่าย Thai QR Payment ได้ทั่วไทย โดยในปี 2567 แอปพลิเคชัน TAGTHAi มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และ ต่างชาติดาวน์โหลดแล้วกว่า 2 ล้านราย เติบโตสูงขึ้นถึง 105% และ มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 183% สะท้อนถึงการได้รับความไว้วางใจ และ เทรนด์การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการท่องเที่ยว รวมถึงการสืบค้นข้อมูล การซื้อสินค้า และ บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้การให้บริการอีวอลเล็ต TAGTHAi Easy Pay ที่ใช้ควบคู่กับบัตร Prepaid PAY&TOUR ของธนาคารกสิกรไทยจึงไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งในเมืองหลัก และ เมืองน่าเที่ยวได้ทั่วถึง
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีก 5.6% จากปีก่อนหน้า เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ธนาคารกสิกรไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบชำระเงินไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ที่มีความปลอดภัยสูง และ ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้นจึงพัฒนาบัตร Prepaid PAY&TOUR ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอีวอลเล็ต TAGTHAi Easy Pay เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนจ่ายได้ทุกร้านค้าทั่วไทยที่รองรับ Thai QR Payment
โดยเริ่มทดลองให้บริการตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถสมัครใช้บริการผ่านบูทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ในปีนี้ธนาคารเตรียมขยายจุดให้บริการไปยังสาขาต่าง ๆ กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
