ทริสเรตติ้ง!!แจกเครดิตพินิจ 5หุ้นอสังหา พร้อมแนวโน้มเชิงลบ!! เสี่ยงอนาคตถูกหั่นเครดิต ผลกระบแผนดินไหว !!
Categories : Update News, Stock Market, Property
Public : 03/04/2025ทริสเรทติ้งประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative”ให้ MJD, ORI, BRI, NOBLE และ SA และคงแนวโน้มอันดับเครดิต“Negative” ของ ANANเหตุมีสินค้าเหลือขายในพอร์ตเกิน60% และ6-12เดือนข้างหน้ารับผลกนะทบแผ่นดินไหว จะส้งผลต่อการดำเนินงาน
ทริสเรทติ้งประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” ให้แก่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งหมด 5 รายซึ่งประกอบด้วยบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MJD) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ORI) บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) (BRI) บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (NOBLE) และบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) (SA) พร้อมทั้งคงแนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” ของ บริษัท อนันดา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ANAN) จากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
โดยเครดิตพินิจแนวโน้ม “ลบ” และแนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ”สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีสัดส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูงในกรุงเทพและพื้นที่ข้างเคียงค่อนข้างมากในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายมีสินค้าคงเหลือและยอดขายที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อยู่ในโครงการคอนโดมิเนียมเกินกว่า 60% ของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และมีรายได้หรือยอดโอนในปี 2567 มากกว่า 60% ที่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม ดังนั้น อัตราส่วนทางการเงินของบริษัทเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบและอ่อนแอกว่าคาดหากยอดขายและยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากที่ได้มีการประมาณการไว้ก่อนหน้านี้
สำหรับ BRI นั้น อันดับเครดิต “BBB” ของบริษัทและของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันได้รับการยกระดับจากอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (SACP) ซึ่งอยู่ที่ระดับ “bbb-” เนื่องจากบริษัทมีสถานะเป็น “บริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระดับสูง” ของ ORI ดังนั้น เครดิตพินิจแนวโน้ม “ลบ” ของ ORI จึงมีผลกับ BRI ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าอุบัติการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ที่มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ในช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า
ความเสียหายทางกายภาพจากแผ่นดินไหวและความเสี่ยงที่เกิดจากการอยู่อาศัยในอาคารสูงอาจทำให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยชะลอ หรือยกเลิกการซื้อหรือการโอนกรรมสิทธิ์ห้องในโครงการคอนโดมิเนียมเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมในบางโครงการอาจเผชิญกับความล่าช้าในการโอนเนื่องจากต้องมีการประเมินความเสียหายและการตรวจสอบที่จำเป็นอีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้เพิ่มแรงกดดันที่มากยิ่งขึ้นแก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่ซบเซาอยู่แล้ว
ทริสเรทติ้งคาดว่าผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้จะรุนแรงมากกว่าวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เนื่องจากผลกระทบของน้ำท่วมนั้นจำกัดวงอยู่ในเฉพาะบางพื้นที่และภาวะเศรษฐกิจในเวลานั้นไม่ได้เปราะบางเท่าในปัจจุบัน ในขณะนั้น อัตราหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 70%-75% ซึ่งต่ำกว่าระดับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 90% อย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตของ GDP ในปี 2555 อยู่ที่อัตรา7.2% ซึ่งฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากอัตรา 0.8% ในปี 2554 ทำให้อุปสงค์ที่อยู่อาศัยแนวราบในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมและอุปสงค์คอนโดมิเนียมยังคงแข็งแกร่ง ในทางตรงกันข้าม แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตซึ่งสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาแก่ผู้ซื้อชาวไทยซึ่งไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงในระดับดังกล่าว ดังนั้น ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจึงอาจจะต้องใช้เวลาที่จะกลับมามีความมั่นใจในการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอาคารสูงอีก ในขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็อาจจำเป็นต้องปรับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของตนเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
[caption id="attachment_74841" align="alignnone" width="640"]
Screenshot[/caption]
ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยจำนวน 23 ราย โดย ณ เดือนธันวาคม 2567 มูลค่ารวมของหน่วยที่อยู่อาศัยที่เหลือทั้งหมดของผู้พัฒนาเหล่านี้อยู่ที่ระดับ 1.05 ล้านล้านบาทโดยมีคอนโดมิเนียมคิดเป็น 30% ของมูลค่าคงเหลือทั้งหมด ส่วนยอดขายที่รอรับรู้เป็นรายได้นั้นอยู่ที่ระดับ 2.36 แสนล้านบาท โดยกว่า 80% ของยอดขายที่รอรับรู้รายได้เป็นที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม
