พาณิชย์ เผยส่งออก พ.ค. 68โต 18.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดทั้งปีโต 10 %
Categories : Update News, Economy
Public : 18/06/2025พาณิชย์ เผยส่งออก พ.ค. 68 เติบโต 18.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประเทศคู่ค้าเร่งนำเข้า - เจรจาสหรัฐคืบหน้า หวังส่งออกทั้งปีโตได้ 10% พร้อมติดตามปัญหาชายแดน-ตะวันออกกลาง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 31,044.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ในอัตรา 18.4% ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 38 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 65 และเป็นมูลค่าการส่งออกรายเดือน สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
ทั้งนี้กระทรวงหวังว่าทั้งปีนี้จะผลักดันให้การส่งออกขยายตัวเป็นตัวเลข 2 หลัก หรือ ที่ 10% ให้ได้ โดยหากจะผลักดันให้การส่งออกขยายตัวในระดับดังกล่าวได้ ในช่วงที่เหลืออีก 7 เดือน จะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 27,482.9 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน
ขณะที่การส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกขยายตัว 14.9% และ 8 เดือนแรกของรัฐบาลการส่งออกขยายตัวได้ 13.3% หรือ มีมูลค่า 7.24 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดหวังว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้เป็นตัวเลข 2 หลัก และเชื่อมั่นว่าการส่งออกไทยจะไม่ติดลบอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้อย่างแน่นอน

“มั่นใจปีนี้การส่งออกไทยจะเป็นพระเอก และย้ำว่าปีนี้เป็นปีทองของการส่งออก โดย 5 เดือนส่งออกได้ 14.9% ทั้งปีส่วนตัวอยากเห็นตัวเลข 2 หลัก และเชื่อว่าเดือนที่เหลือจะเติบโตได้ต่อเนื่อง และไม่เชื่อว่าการส่งออกปีนี้จะติดลบตามที่หลายฝ่ายประเมิน โดยตั้งแต่นายกฯ เข้ามาการส่งออกเติบโตได้ถึง 13.3% และการลงทุนเข้ามาเยอะมาก ทำให้การขยายตัวของการส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น”นายพิชัย กล่าว
ส่วนการเจรจาการค้า ยืนยันว่า ปัจจุบันไทยได้เริ่มเจรจาการค้ากับสหรัฐแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในเรื่องของการเจรจาได้ ส่วนสถานการณ์ในอิสลาเอลและอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเล็กน้อยจากราคาน้ำมันและทอง ซึ่งที่ผ่านมาไทยติดลบมา หากเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเงินเฟ้อไทยติดลบต่อเนื่องจะส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในภาวะถดถอยได้
ด้านค่าเงินบาท ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปดูแลเรื่องของเงินบาทให้อ่อนค่า ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนภาคการส่งออกของไทยด้วย
“ขอพูดตรงๆว่า ขอให้นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธปท. ไปดูงานของท่านก่อน ก่อนที่จะวิจารณ์คนอื่น ทั้งเงินเฟ้อที่ติดลบ ค่าเงินบาทก็แข็งค่า อยากให้มองตัวเองก่อน เรายังไม่วิจารณ์คนอื่น แบงก์ชาติกระทบการส่งออกของเรา ขณะที่เงินบาทแข็งเรายังส่งออกได้ขนาดนี้ และหากเงินบาทอ่อนจะส่งออกได้มากขึ้นอีก แต่อีกไม่เดือนก็ไปแล้ว หวังผู้ว่าคนใหม่เข้าใจหลักคิดของทั้งโลก”นายพิชัย กล่าว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการนำเข้าในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามูลค่า 29,928.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 1,116.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ 5 เดือนแรกของปีนี้ การนำเข้าของไทยมีมูลค่า 139,325.9 ล้านดอลลาร์ ขาดดุล 1,123.9 ล้านดอลลาร์
สำหรับตลาดการส่งออกขยายตัวเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากประเทศผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าในช่วงที่สหรัฐชะลอการบังคับใช้ภาษีต่างตอบแทนเป็นเวลา 90 วัน โดยการส่งออกขยายตัวเร่งขี้นในตลาดหลักอย่างสหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และตลาดรอง เช่น ทวีปออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา
ด้านแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ต้องติดตามผลการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐ ที่มีความคืบหน้า หลังจากที่นายพิชัย ได้ร่วมหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ที่ปารีสแล้ว โดยไทยได้จัดส่งข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีผลตอบรับในเชิงบวกจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปูทางไปสู่การเจรจาเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ทางการค้า และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบเจรจาที่เน้นสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงเฝ้าติดตามปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ความวุ่นวายในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัญหาการเบี่ยงเบนการค้า ซึ่งทางกระทรวงฯ ให้ความสำคัญสูงสุดและติดตามอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกฝ่าย
