BAM จับมือ SA-SWAM พลิกทรัพย์ร้างให้กลายเป็นทรัพย์สร้างกำไร นำร่องโครงการ จ.ภูเก็ต
Categories : Update News, Property
Public : 27/06/2025BAM จับมือ SA-SWAM เดินหน้ารับซื้อ NPL และ NPA พลิกทรัพย์ร้างให้กลายเป็นทรัพย์สร้างกำไร นำร่องโครงการ จ.ภูเก็ต ผลักดันรายได้ BAM ปีนี้ 1.7 หมื่นล้านตามเป้าหมาย ลดสัดส่วน D/ E จาก 2.5 เหลือ 2
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (เอ็มโอยู) กับบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไซมิส แอนด์ เวลธ์ จำกัด (SWAM) เพื่อขยายฐานธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ NPA) และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ NPL ) อย่างครบวงจร
ทั้งนี้ BAM จะทำหน้าที่คัดสรรและเสนอทรัพย์สินรอการขาย เช่น บ้าน คอนโด ที่ดินเปล่า และอาคารพาณิชย์ ให้พันธมิตรร่วมพัฒนา ซ่อมแซม และเพิ่มมูลค่า ภายใต้เป้าหมาย “พลิกทรัพย์ร้างให้กลายเป็นทรัพย์สร้างกำไร” ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ BAM อย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนในการถือครองทรัพย์ โดยลงนามครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพทางธุรกิจ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของทั้งสามองค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน
นางสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA กล่าวว่า SA มีประสบการณ์กว่า 15 ปีในธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ครอบคลุมแนวราบ แนวสูง โครงการแบบผสมผสาน รวมถึงธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย โดยมีโมเดลการพัฒนาสินทรัพย์ ซิ้อเอ็นพีเอ หรือที่ดินเปล่าที่มีศักยภาพตามหัวเมืองใหญ่มาพัฒนาสร้างเพิ่มมูลค่าเพิ่ม
“วันนี้ถือว่าเริ่มคลิกออฟ คัดเลือกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจำนวนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่ง ได้ศึกษาความเป็นไปได้จัดทำโครงการ Mixed-Use และ Wellness Medical Center เพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุ ตอบสนองทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างชาติ และยังสนใจพื้นที่หัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี เนื่องจาก BAM มีสินทรัพย์ที่ดินจำนวนมากที่มีศักยภาพ ที่จะพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องทำการสำรวจความต้องการของตลาดก่อน “ นางสุนันทากล่าว
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวเสริมว่า โครงการความร่วมมือกับ SA และ SWAM คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้ โดยเฉพาะโครงการ WINN ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งมีศักยภาพสูง และได้รับความสนใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้เริ่มศึกษาแบบจำลองความเป็นไปได้ (Feasibility Study) โดย BAM จะผู้จัดเตรียมข้อมูลทรัพย์สินทั้งกลุ่ม NPA และ NPL เพื่อพิจารณาต่อยอดโครงการ
ปัจจุบัน BAM มีทรัพย์สินที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากร จึงไม่สามารถปรับปรุงสินทรัพย์ทั้งหมดได้ทันตามเป้าหมาย การจับมือกับพันธมิตรในครั้งนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการถือครองทรัพย์ (จาก 7.5–7.8 ปี เหลือ 3.7–4.2 ปี) และส่งคืนมูลค่าทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งทำให้ BAM มีรายได้กลับมาเร็วตามเป้าหมายปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนหนี้ต่อทุน ( D/E ) จาก 2.5 เหลือประมาณ 2 ซึ่งจะทำให้ BAM มีความคล่องตัวมากขึ้น ในการระดมทุนเพื่อซื้อเอ็นพีเอและเอ็นพีแอลมาเติมพอร์ต
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน BAM มีหนี้ด้อยคุณภาพในความดูแลกว่า 91,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้กว่า 498,000 ล้านบาท และมีทรัพย์สินรอการขายกว่า 24,000 รายการ ราคาประเมราคาประเมินรวมกว่า 74,000 ล้านบาท
