ThaiESGXพลาดเป้าอืัอ!! ย้ายLTFมาแค่2.6หมื่นล้าน ซื้อกองใหม่ 6.9หมื่นล้าน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 04/07/2025

เปิดตัวเลขกองทุน ThaiESGX  จากย้ายLTF มาThaiESGX2.6หมื่นล้านและกองThaiESGXใหม่ 6.9พันล้านท

กองทุน Thai ESGX นับเป็นอีกหนึ่งกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีล่าสุดที่เริ่มจัดตั้งในปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืนในตลาดหุ้นไทยและช่วยรองรับเงินลงทุนจากกองทุน LTF ที่ครบกำหนดลง โดยนักลงทุนสามารถนำยอดโอนย้ายกองทุน LTF ไปกองทุน Thai ESGX ไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 5 แสนบาท และอีกส่วนหนึ่งก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถนำเงินลงทุนใหม่มาลงทุนเพิ่มเติมได้ โดยแยกวงเงินลดหย่อนภาษีออกมาต่างหากจากวงเงินสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF อีก 3 แสนบาท

ระยะเวลาเกือบ 2 เดือนที่เปิดให้มีการลงทุนในกองทุนThai ESGX ได้สิ้นสุดลงเมื่อสิ้นเดือนมิ.. ที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทจากจำนวนกองทุนทั้งหมด 86 กองทุน (นับแยกชนิดหน่วยลงทุน) ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บลจ.โดย บลจ. ที่มีส่วนแบ่งตลาดในด้านมูลค่าทรัพย์สินสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บลจ.บัวหลวง, บลจ.กสิกรไทย และ บลจ.ไทยพาณิชย์ ตามลำดับ และส่วนแบ่งตลาดของ บลจ. รายใหญ่ 5 รายแรก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของตลาดโดยรวม

ข้อมูล Morningstar 1 .. 68

ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินระหว่างกองทุน Thai ESGX ประเภทเงินลงทุนใหม่ และประเภทรับโอนมาจากกองทุน LTF จะพบว่า กองทุน Thai ESGX ประเภทรับโอนย้ายจากกองทุน LTF มีสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินประมาณเกือบ 80% ของขนาดกองทุนโดยรวม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 หมื่นล้าน ในขณะที่มีทรัพย์สินในกองทุน Thai ESGX ประเภทเงินลงทุนใหม่ราว 6.9 พันล้านบาท

ทั้งนี้ หากพิจารณาเทียบสัดส่วนของกองทุน Thai ESGX ทั้งสองประเภท ภายใต้ บลจ.เดียวกัน พบว่าบลจ.ทิสโก้ มีสัดส่วนเงินลงทุนใหม่ที่สูงที่สุด เมื่อเทียบในกลุ่ม บลจ. 10 อันดับแรก ในขณะที่ บลจ. อเบอร์ดีน มีสัดส่วนจากเงินโอนย้ายกองทุน LTF มากที่สุด

ข้อมูล Morningstar 1 .. 68 *เนื่องจาก บลจ.บัวหลวง และ บลจ.บางกอกแคปปิตอล ไม่มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน จึงกำหนดสมมติฐานให้สัดส่วนระหว่างเงินสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF และเงินลงทุนใหม่ เป็น 85:15

กองทุนผสมได้รับความนิยมมากกว่า

กองทุน Thai ESGX ที่ออกมาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆตาม Morningstar Category คือ กองทุนในกลุ่ม Aggressive Allocation ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่มีสัดส่วนหุ้นค่อนข้างสูง และกองทุนกลุ่ม Equity Large-Cap ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ โดยความนิยมในกองทุนผสมดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากกว่ากองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นล้วน จากขนาดทรัพย์สินโดยรวมกว่า 67% ของตลาด หรือประมาณเกือบ 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกว่า1 หมื่นล้านบาท

ข้อมูล Morningstar 1 .. 68

กองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม คือ กองทุน BMDIV-TESGX จาก บลจ.บัวหลวง ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม Aggressive Allocation โดยมีขนาดกองทุนประมาณ 3.9 พันล้านบาท ในขณะที่กองทุน KFAEQ-THAIESGX-L ของ บล. กรุงศรี นับเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Equity Large-Cap มีขนาดกองทุนเกือบ 3 พันล้านบาท โดยหากพิจารณาจากกองทุนที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกของทั้ง 2 กลุ่มกองทุน จะพบว่าเป็นกองทุนของ บลจ. หลัก 3 ราย คือ บลจ.บัวหลวง, บลจ. กสิกรไทย และ บลจ.กรุงศรี

กองทุน Thai ESGX ที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรก

Aggressive Allocation

Equity Large-Cap

กองทุน

บลจ.

ขนาด(ลบ.)

ค่าธรรมเนียมการจัดการ

กองทุน

บลจ.

ขนาด(ลบ.)

ค่าธรรมเนียมการจัดการ

BMDIV-TESGX

บัวหลวง

3,965

0.8025

KFAEQ-THAIESGX-L

รุงศรี

2,989

1.8725

K-70ThaiESGX-L

กสิกรไทย

3,797

1.6050

K-HDThaiESGX-L

กสิกรไทย

1,355

1.8725

BM70-TESGX

บัวหลวง

2,749

1.0700

BEQD-TESGX

บัวหลวง

1,124

1.6050

SCBT70X(LTFD)

ไทยพาณิชย์

1,543

1.61

K-HDThaiESGX-68

กสิกรไทย

505

1.8725

K-70ThaiESGX-68

กสิกรไทย

1,248

1.6050

KFS50-THAIESGX-L

กรุงศรี

481

0.5350

ข้อมูล Morningstar 1 .. 68

นอกจากนี้ จะเห็นว่า หลาย บลจ. จะมีการออกชนิดหน่วยลงทุนที่แตกต่างกัน 2 ชนิด เพื่อรองรับทั้งการสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF เดิม (ส่วนใหญ่มักลงท้าย -L หรือมีคำว่า LTF) และเงินลงทุนใหม่ (ส่วนใหญ่มักมีคำว่า 68 หรือ 25 เป็นต้น) โดยจากรายชื่อกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดข้างต้น จะเห็นว่ากองทุนส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมมักเป็นกองทุนชนิดรับโอน LTF แทบทั้งสิ้น แต่มีกองทุน K-70ThaiESGX-68 และกองทุน K-HDThaiESGX-68 ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนชนิดรับเงินใหม่ที่ติดโผกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน 5 อันดับแรกของกองทุนทั้ง 2 ประเภท

เงินยังไหลออกจาก LTF อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่ากองทุน Thai ESGX จะมีเป้าหมายในการช่วยชะลอการไถ่ถอนของกองทุน LTF แต่หากพิจารณาเงินลงทุนในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 9 .. 68 ซึ่งเป็นวันที่กองทุน Thai ESGX เริ่มมีการจัดตั้ง จนถึงวันที่ 1 .. 68 จะพบว่ามีเงินไหลออกจากกองทุน LTF เกือบ 4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่มีเงินไหลเข้าในกองทุน Thai ESGX ประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัดส่วนจากการโอนย้ายกองทุน LTF ประมาณ 2.4หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราวๆ 60% ของเงินไถ่ถอนในกองทุน LTF ทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อมูล Morningstar ตั้งแต่ 9 .. 68 - 1 .. 68*เนื่องจาก บลจ.บัวหลวงและ บลจ.บางกอกแคปปิตอลไม่มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน จึงกำหนดสมมติฐานให้สัดส่วนระหว่างเงินสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF และเงินลงทุนใหม่ เป็น 85:15

ความท้าทายในการรักษาเม็ดเงินในระบบ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของภาครัฐในการดำเนินมาตรการต่างๆในอนาต ถึงแม้ว่ากองทุน Thai ESGX จะไม่สามารถชะลอการไหลออกของกองทุน LTF ได้ทั้งหมด แต่กองทุน Thai ESGX ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้าง “ทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืน” ให้กับนักลงทุนไทย และกลายเป็นอีกตัวเลือกที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจ โดยเฉพาะในบริบทที่ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น และอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้