บีโอไอเดินเกมรุก ดันไทยชิงโอกาสเซมิคอนดักเตอร์ – PCB โลกเผยยอดลงทุน PCB กว่า 2 แสนล้านบาท
Categories : Update News, Economy
Public : 21/08/2025บีโอไอ ผนึกกำลังเอกชนและวิชาการ จัด Forum ถกกลยุทธ์ ผลักดันไทยชิงโอกาสเป็นผู้นำฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาคโดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และ PCB ขั้นสูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงกติกาการค้าและซัพพลายเชนโลกชูความพร้อมระบบนิเวศการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในอาเซียน มุ่งสร้างมาตรการดึงดูดการลงทุนต้นน้ำ-ปลายน้ำพัฒนาคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต เผยยอดลงทุน PCB กว่า 2 แสนล้านบาทเอกชนขานรับคลื่นลงทุนครั้งใหญ่
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จัดเวทีใหญ่ BOI Forum ในงาน Thailand Electronics CircuitAsia 2025 (THECA 2025) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคกรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ "Building the Future: Investment Policies Shaping Thailand’s Advanced Electronics and Semiconductor Ecosystem" โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการร่วมแสดงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยสู่ฐานการผลิตระดับภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวในหัวข้อ “Vision for Thailand: Becoming a Regional Hub for Smart ElectronicsProduction” ว่าคลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2565 - มิถุนายน 2568 มีการลงทุนรวมกว่า 500 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท เฉพาะกลุ่มแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์(Printed Circuit Board: PCB) มี 180 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท นับเป็นคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่ของ PCB ที่ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกให้ความเชื่อมั่นและตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทยทำให้เกิดเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ที่จะสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกขยายตัวสูงคือ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะดิจิทัล และ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมและความต้องการสินค้าของผู้บริโภคภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท แบตเตอรี่ ดาต้าเซนเตอร์ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ซึ่งทำให้ความต้องการชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นมาก ตลอดจนปัจจัยด้านสงครามการค้าโลกและสงครามเทคโนโลยี(Trade War & Tech War) ทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของโลกที่มีผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ หลายประเทศแย่งชิงการลงทุน ในขณะที่หลายบริษัทต้องปรับห่วงโซ่อุปทานเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจโดยเป็นโอกาสของไทยที่จะช่วงชิงการลงทุนในกลุ่มนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้านที่สามารถเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงรวมทั้ง PCB ได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งน้ำไฟฟ้าที่มีความเสถียร พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรม ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำ และการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนที่โดดเด่นในภูมิภาคและมีศักยภาพที่จะเป็นฐานผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก
“บีโอไอและหน่วยงานภาครัฐมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงโดยมีการตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมายที่ชัดเจน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมการออกมาตรการสนับสนุนที่ตรงจุด และการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆให้เอื้อต่อภาคธุรกิจ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่บีโอไอทำร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกและคณะผู้เชี่ยวชาญใกล้เสร็จ พร้อมนำเสนอบอร์ดภายใน 1-2 เดือนนี้ ยุทธศาสตร์ใหม่นี้จะช่วยตอกย้ำว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกไทยมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอย่างครบวงจรซึ่งไม่ใช่แค่ฐานผลิต แต่รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงและซัพพลายเชนหลักของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

รัฐและเอกชนขานรับพร้อมลงทุน
นายนัยวุฒิ วงษ์โคเมท ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริษัทซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบชิป (ICDesign) กล่าวว่า หากอุตสาหกรรม IC Design ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐภายในปี 2573 ประเทศไทยน่าจะมีบริษัท IC Design ทั้งไทยและต่างชาติเพิ่มได้อีก5 ราย และอีก 10 ราย ภายในปี 2578 ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่ภาครัฐควรเร่งสนับสนุน คือการใช้ไมโครชิพของคนไทยทั้งในภาคการผลิตของเอกชนและการจัดซื้อภาครัฐ นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเริ่มแผนลงทุนWafer Fabrication ซึ่งมีความเป็นไปได้ 2 แบบ คือ โรงงานมาตรฐาน (Legacy Standard CMOS Fab) ใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท และโรงงานอุปกรณ์พิเศษ เช่น Micro Electro-Mechanical Systems (MEMS), Power Devices, Photonics เงินลงทุน 10,000 – 20,000 ล้านบาท โดย Wafer Fabrication จะเป็นหัวใจช่วยเสริมควาแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไทยอื่น ๆ ได้แก่อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
นายณัฏฐพงษ์ สุทธิวงศ์สุนทร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทยูแทค ไทย จำกัด ผู้ให้บริการประกอบชิป (ICPackaging) กล่าวว่าประเทศไทยมีความพร้อมสำหรับการผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะ ยูแทคมีความพร้อมในการผลิต MEMSซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Smart Devices และเซ็นเซอร์ขั้นสูงเช่น MEMS Accelerometer, Gyroscope,Pressure Sensor, Timing Devices และ Humidity Sensors จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าไทยจะรองรับแนวโน้มการผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะในอนาคตได้

นายปรองกองทรัพย์โต Chief of Staff บริษัท ลูเมนตัม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) กล่าวว่า การร่วมมือกันในรูปแบบของคลัสเตอร์ระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อัจฉริยะกับซัพพลายเออร์จะมีความสำคัญมากใน Supply Chain ยุคปัจจุบันความสามารถทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้น การนำระบบและเครี่องจักรอัตโนมัติมาใช้ และการมีความรู้เฉพาะเรื่องในสิ่งที่ตัวเองถนัดที่โดดเด่นจะสร้างโอกาสให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้ นอกจากนั้น ความสามารถในการตอบสนองต่อควาต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วการมีวัฒนธรรมของ Zero Defect Quality และมีการควบคุมกระบวนการด้วยวิธีทางสถิติรวมถึงมีการทดสอบตรวจวัดที่เที่ยงตรง ยิ่งจะเป็นจุดแข็งในการเข้าสู่ SupplyChain ในยุคปัจจุบัน
นายวุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) กล่าวว่า ไทยมีโอกาสชัดเจนในการเป็น Regional Hub สำหรับAdvanced Packaging และ Specialty Semiconductors โดยเฉพาะในยุค Physical AI และ Humanoid Robotics ที่กำลังเติบโต จุดแข็งของไทย คือ ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่แข็งแกร่งประกอบกับการย้ายฐานผลิตจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้บริษัทต่าง ๆต้องการการลงทุนมากขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงในการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
นายพรพิสิทธิ์นิติสุพรรัตน์ กรรมการบริหาร สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย กล่าวว่า ขณะที่ความต้องการตลาดโลกกำลังเปลี่ยนไป เช่น ความต้องการ PCB สำหรับ EV, AI Server หรืออุปกรณ์สื่อสารความเร็วสูงผู้ผลิตบางรายอาจมีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีการผลิตใหม่ในบางส่วนเพื่อให้สามารถผลิตงานที่มีความต้องการที่สูงขึ้นได้ เช่น เครื่อง DirectImaging, Laser Drill และเครื่อง Etching พิเศษการปรับตัวนี้นับเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่มีการขยายตัวของอุตสาหกรรม PCBอย่างรวดเร็วและตลาดใหม่มีความต้องการที่สูง จึงสามารถสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายต่อยอดจากอุตสาหกรรมยานยนต์
นอกจากนี้ ในด้านบุคลากรจำเป็นต้องวางเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรเชิงรุกโดยมีแผนผลิตและพัฒนาบุคลากรอย่างน้อย 80,000 คนภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเพื่อให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิต PCB และ AdvancedElectronics ที่ตอบโจทย์ตลาด EV, AI และ High-SpeedCommunication
นายสุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมากการรอเวลาที่ "พร้อม" หรือ "เหมาะสม" อาจทำให้เราตามไม่ทันโลกเพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวันเราต้องสร้างความพร้อมขึ้นมาด้วยการเริ่มลงมือทำทันทีไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมบุคลากรปัจจุบัน การปรับหลักสูตรการศึกษาหรือการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการก้าวไปข้างหน้าของอุตสาหกรรมเซมคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทยจึงมีการกำหนดแผนการผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมนี้ โดยในระยะที่ 1พ.ศ. 2569-2573 จะผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมราว84,000 คน บุคลากรวิจัยเฉพาะทาง 1,700 คนและ Training Center อีก 6 แห่งซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต “There is noright time. There is only right now”
