ไทยแลนด์โฟกัส!! วันแรกเริ่มแล้ว ฟังทิศทางเศรษฐกิจไทยจากปาก“ เผ่าภูมิ โรจนสกุล ” คาดเศรษฐกิจไทยอาจจะโตมากกว่า 2.2% จากแรงส่งครึ่งปีแรกที่เติบโตดี ไม่กังวลเรื่องเครดิตประเทศหลัวอัตราดอกเบี้ยต่อรายได้ยังสูง หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ลงมาเหลือ 64% ต่อจีดีพี ลงรอบ10เดือน!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 27/08/2025ไทยแลนด์โฟกัส!! วันแรกเริ่มแล้ว ฟังทิศทางเศรษฐกิจไทยจากปาก“ เผ่าภูมิ โรจนสกุล ” คาดเศรษฐกิจไทยอาจจะโตมากกว่า 2.2% จากแรงส่งครึ่งปีแรกที่เติบโตดี ไม่กังวลเรื่องเครดิตประเทศหลัวอัตราดอกเบี้ยต่อรายได้ยังสูง หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ลงมาเหลือ 64% ต่อจีดีพี ลงรอบ10เดือน!

• เศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตในระดับปานกลาง ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาโลกร้อน การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระแสพลังงานงานสะอาด
• ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรกลายเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ เรากำลังเตรียมความพร้อมผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้การเติบโตสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
• การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีความแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย และประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นผ่านประตูการค้าและระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญ
• การท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มตลาดระดับพรีเมียม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ กีฬา และ MICE กำลังขยายตัว และสนับสนุนการจ้างงานในภาคบริการทั่วทุกภูมิภาค
• ในขณะที่เศรษฐกิจไทยปรับตัวไปกับกระแสโลก เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็งและสามารถเผชิญกับความท้าทายได้ โดยเศรษฐกิจในครี่งปีแรกเติบโตได้ดี 3% ความท้าทายคือ การรักษาโมเมนตัมของการเติบโตในช่วงครึ่งแรกให้ยั่งยืน
• กระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีเป็นเติบโตที่ 2.2% ในปีนี้ และอาจจะโตมากกว่านี้ได้
• การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ซึ่งถือเป็นดีลที่ดีกว่าหากเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคก สินค้าไทยจำนวนมากมีโอกาสที่จะถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำมากกว่า เพราะมีสัดส่วนการผลิตในประเทศมากกว่าหลายประเทศคู่แข่ง นายภูมิธรรมอ้างถึง ระบบภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่จะเก็บภาษีสินค้าที่ถูกสวมสิทธิสูงกว่าภาษีสำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศคู่ค้า
• ประกอบกับตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอที่สูงเป็นประวัติการณ์ในครี่งปีแรก
• นอกจากนี้รัฐบาลยังทำนโยบายปฏิรูปภาคตลาดทุนและตลาดการเงิน มีการออกผลิตภัณฑ์ทางการออกเงินระยะยาว กองทุนThaiESGX พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน พันธบัตรสีเขียว หรือ Green Bond
• ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค ซึ่งคาดว่า พระราชบัญญัติจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในเร็วๆนี้
• นายเผ่าภูมิยังย้ำว่า พื้นที่ทางการคลังยังคงมี เพราะหนี้สาธารณะไทยยังต่ำ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง
• นายเผ่าภูมิให้สัมภาษณ์หลังการกล่าวปาฐกถาว่า หากสถานการณ์จำเป็น รัฐบาลก็อาจจะมีมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกหลังจากที่ออกแพคเก็จการคลังมูลค่า 1.5 แสนล้านบาทไปแล้ว ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีช่องที่จะลดดอกเบี้ยได้อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายการเงินจะพิจารณา
นอกจากนี้ ไม่กังวลเรื่องเครดิตประเทศหลังอัตราดอกเบี้ยต่อรายได้ยังสูง หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ลงมาเหลือ 64% ต่อจีดีพี ลงรอบ10เดือน! ซึ่งยังมีรูมในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ รวมถึงในส่วของนโยบายการเงิน ก็พร้อมเพราะ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศคนใหม่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
