BLSยืนเป้าดัชนีปีนีั1,280จุด!!2 ฉากทัศน์การเมืองใหม่ ยุบ/ไม่ยุบสภา 2นายกรัฐมนตีคนใหม่ปูทางสู่การเลือกตั้ง!!Pre clection rally ต่อหุ้น-เศรษฐกิจจำกัด เหตุงบประมาณลงทุนของประเทศและการเบิกจ่าย อ่อนแอ!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 01/09/2025ฉากทัศน์การเมือง … ยุบ vs ไม่ยุบ กระทบอย่างไร?
BLSยืนเป้าดัชนีปีนี้ 1,280จุด!!2 ฉากทัศน์การเมืองใหม่ ยุบ/ไม่ยุบสภา ว่าที่ 2 นายกรัฐมนตีคนใหม่ปูทางสู่การเลือกตั้ง!!Pre clection rally ต่อหุ้น-เศรษฐกิจจำกัด 2นายกรัฐมนตีคนใหม่ปูทางสู่การเลือกตั้ง!!Pre clection rally ต่อหุ้น-เศรษฐกิจจำกัด เหตุงบประมาณลงทุนของประเทศและการเบิกจ่าย อ่อนแอ!
เบื้องต้นเราประเมิน 2 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่
1) ภูมิใจไทย + ประชาชน (โอกาส1,280 60%) | คาดเพื่อไทยมีโอกาสยุบสภาสูง ทำให้ต้องจัดเลือกตั้งภายในธ.ค. ปีนี้ (ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วันหลังยุบสภา) และ
2) เพื่อไทย + ประชาชน (โอกาส 40%) | คาดรัฐบาลมีโอกาสทำงานราว 4 เดือน ก่อนยุบสภาปลายปี และเลือกตั้งภายในเดือนก.พ.
🔷 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ🔻สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มีแนวโน้มสูงที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งมีกรอบเวลาการบริหารงานที่จำกัดเพียงไม่เกิน 4 เดือน ด้วยเหตุนี้ แม้ว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะมีโอกาสผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ตามขั้นตอน แต่ด้วยข้อจำกัดเชิงอำนาจและกรอบเวลาของรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน อาจทำให้การใช้งบประมาณใหม่เป็นไปอย่างจำกัด
🔻รัฐบาลใหม่ที่เกิดขึ้นในบริบทเช่นนี้ อาจไม่สามารถส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งหากมีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ก็อาจทำให้กระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณมีแนวโน้มล่าช้าออกไป
🔻จากข้อมูลเชิงประจักษ์ในอดีตพบว่า ช่วงเวลาที่เกิดการเลือกตั้งทั่วไป มักส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐลดลงเฉลี่ย 30%–40% เมื่อเทียบกับภาวะปกติ ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2568 และ 1/2569 ซึ่งอาจลดทอนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ราว 0.2%
🔻ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า แม้งบประมาณปี 2569 จะผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย แต่หากไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่เพียงพอ ระบบงบประมาณอาจไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ

📍หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว ตลาดอาจคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ และอาจเทียบกับช่วงก่อนการเลือกตั้งในอดีต
📍จากสถิติการเลือกตั้ง 10 ครั้งที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมักปรับตัวขึ้นในช่วง 3 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่เรียกว่า Pre-election rally โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ เช่น ธนาคาร ค้าปลีก การเงิน และอาหาร ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่
📍อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในเชิงความถี่ แม้จะพบว่าเกิด Pre-election rally ถึง 6 ครั้งจาก 10 การเลือกตั้งล่าสุด แต่ในช่วง 5 ครั้งหลังกลับเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น โดยมักจะเกิดในบริบทที่การเมืองมีเสถียรภาพ และเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจน สะท้อนว่าการเกิด rally ดังกล่าวขึ้นอยู่กับระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อทั้งภาพเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางการเมือง
📍สำหรับการเลือกตั้งรอบนี้ โอกาสที่ตลาดจะเข้าสู่ช่วง Pre-election rally ดูจะจำกัด เนื่องจากยังเผชิญปัจจัยความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งในมิติกฎหมายที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของผู้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหลักหลายพรรค และความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ประเทศอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลเสียงข้างน้อยในช่วง 4 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยรวม
📍เรายังคงเป้าหมาย SET สิ้นปีไว้ที่ 1,280 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น selective ในหุ้นที่มีความชัดเจนด้านปัจจัยพื้นฐานและมีลักษณะ defensive growth เช่น WHAUP ที่เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Data Center ในนิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะเดียวกันยังมีจุดเด่นด้านมูลค่าที่น่าสนใจ โดยมีค่า PER ปี 2025 ราว 12.5x เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง GPSC ที่ 23x และ BGRIM ที่ 19x พร้อมให้ Dividend Yield ถึงราว 6%
