เปิดโพย!! หุ้นได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง- หลังเฟดส่งสัญญาณลดอีก 2ครั้ง!! รอบนี้หั่น0.25% จับตาเงินไหลเข้า บาทแข็งค่า หลังส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐไทยแตบลง

Categories : Update News, Stock Market

Public : 18/09/2025

เปิดโพย!! หุ้นได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง- หลังเฟดส่งสัญญาณลดอีก 2ครั้ง!! รอบนี้หั่น0.25% จับตาเงินไหลเข้า บาทแข็งค่า หลังส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐไทยแตบลง

 

 บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ออกบทวิเคราะห์ หลังเฟดประกาศลดดอกเบี้ยลง0.25% ว่า  จะส่งผลให้ ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ไทย ที่แคบลง จะจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น (คล้ายปี 2001-02) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนเงินทุนไหลเข้าในระยะต่อไป

.อย่างไรก็ตามมองว่า กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ลดลงจากต้นทุนที่ลดลง อาทิ  กลุ่มการเงิน อาจได้รับผลดีจำกัด จากดอกเบี้ยนโยบายไทยที่คาดลดได้จำกัด (1-2 ครั้ง) ประกอบกับหุ้นตอบรับเชิงบวกไปก่อนหน้าพอสมควรแล้ว ทำให้เรามองกลุ่มนี้มีความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรในระยะสั้น โดยเฉพาะ SAWAD, TIDLOR . เรามองว่ากลุ่มที่ได้รับผลบวกจะเป็นกลุ่มที่อิงกำลังซื้อ อาทิ การแพทย์, ค้าปลีก, บัตรเครดิต ขณะที่พลังงาน อาจได้ปัจจัยบวกจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (ซื้อน้ำมันถูกลง + working cap กลุ่มโรงกลั่นลดลง) หุ้นที่เราชอบได้แก่ BDMS, BCH, CPALL, CPAXT, KTC, AEONTS, PTTEP, BCP, PTT .

ทั้งนี้Fed ปรับลดอัต่ราดอกบี้ยลง 0.25% ตามคาด เรามองบวกต่อกลุ่มกำลังซื้อเพิ่ม มากกว่ากลุ่มได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินลด . คณะกรรการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (Fed) มีมจิปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% และ Dot Plot ส่งสัญญาณ ปรับลดดอกเบี้ยอีกอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลิอของปี และอีก 1 ครั้งในปี 2026 . -เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026 และ 2027 เป็น 1.8% และ 1.9% (จากเดิม 1.6% และ 1.8%) / คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026-27 ที่ 2.6% และ 2.1% (จาก 2.4% และ 2.1%) /

 การปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาด อย่างไรก็ตาม คะแนนเสียงของเฟดค่อนข้างแยกเป็น 2 กลุ่ม โดยเกือบครึ่งปรเมินดอกเบี้ยอาจลดครั้งเดียวหรือไม่ลดลง ทำให้อัตราการปรับลดดอกเบี้ยอาจเปลี่ยนแปลง

-ถ้อยแถลงของประธานเฟด พยายามยืนยันการลดอดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับความเสี่ยงของอัตราการว่างงาน แต่ก็พยายามสื่อสารในแง่ดีว่าการชะลอลงของตลาดแรงงานมาจากการลดลงของจำนวนผู้อพยพ ขณะที่ยังจับตาเงินเฟ้อ ทำให้โทนของแถลงการมีความขัดแย้ง และนักลงทุนบางส่วนยังกังวลความเสี่ยง stagflation

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ "เส้นทางการลดดอกเบี้ย" ที่น่าจะเริ่มกลับมาเดินหน้าปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งมักจะบวกต่อกำลังซื้อและหุ้นในกลุ่มปลอดภัย อาทิ การแพทย์, ค้าปลีก, พลังงานและสาธารณูปโภค