“แรบบิท ประกันชีวิต “ปลื้ม!! 8 เดือนแรกเบี้ยรับรวมแตะ 1.92 พันลบ. เติบโต 22%  ขณะที่มีกำไรสุทธิ 355 ล้านบาท

Categories : Update News, Insurance

Public : 29/09/2025

 "แรบบิท ประกันชีวิต "ปลื้ม!!ดำเนินธุรกิจมา จะ4ปีแล้ว มีกำไรและเบี้ยรับเติบโตต่อเนื่องทุกปีสิ้นปีนี้ทำสถิติโตต่อเป็นปีที่4เบี้ยแตะ 2.6พันล้าน ปี69 โตต่อเป้าเบี้ยรับรวม 3 พันลบ. อวดตัวเลข หลัง โชว์ 8 เดือนแรก เบี้ยรับรวมแตะ 1.92 พันลบ. เติบโต 22%  ขณะที่มีกำไรสุทธิ 355 ล้านบาท  ธุรกิจเติบโตทุกช่องทาง จ่อหารือผู้ถือหุ้นใหญ่เติมทุนเพิ่มเติบโตหลังพอร๋ตลงทุนจะแตะหมื่นล้าน

 

นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเติบโตต่อเนื่องมาโดยปิดปีนี้จะเป็นปีที่4ที่ผลดำเนินงานของบริษัทเติบโตและมีกำไร ซึ่งคาดว่าสิ้นปีเบี้ยรับรวมของบริษัทจะแตะที่ 2.6พันล้านบาท และได้วางเป้าหมายว่าในปี 2569เบี้ยรับรวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้นไปแตะที่ 3,000ล้านบาท

        " การเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทเป็นผลมาจากทุกช่องทางและผลิตภัณฑ์ที่บริษัทคิดและนำออกมาเสนอขายต่อลูกค้าได้รับการตอบรับที่ดีมาก อีกทั้งเป็นการผสานความแข็งแกร่งจากธุรกิจของกลุ่มที่ซินเนอร์จี้กันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจมาได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อกรมธรรม์และทำให้ทุกวันนี้บริษัทมีลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ของบริษัทรวมแล้วกว่า 1หมื่นกรมธรรม์ "

อย่างไรก็ตามในส่วนของ ผลประกอบการระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ของแรบบิท ประกันชีวิต ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 1,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

 

ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (FYP : First Year Premium) อยู่ที่ 1,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% ส่งผลให้กำไรของบริษัทอยู่ที่ 355 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ที่ 213% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของบริษัท ซึ่งความสำเร็จมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยในปีนี้มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น 3 กลุ่ม ได้แก่

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิต (Whole Life) ประกันชีวิตระยะยาวที่ครองความนิยมสูงสุดในปี 2568 สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยยอดขายในกลุ่มนี้เติบโตกว่า 10 เท่า หรือ คิดเป็นมูลค่า 495 ล้านบาท

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ (Health Insurance) ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับความคุ้มครองให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และยังสามารถใช้งานร่วมกับสวัสดิการอื่น ๆ ได้อย่างคุ้มค่า โดยมียอดขายเติบโตสูงถึง 144% หรือ คิดเป็นมูลค่า 26 ล้านบาท นำโดยผลิตภัณฑ์เหมาจ่ายอย่าง Health Smile ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญ (Annuity) ประกันที่สอดรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและช่วยลูกค้าวางแผนเกษียณได้อย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมียอดขายเติบโต 115% หรือ คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับรวม 60 ล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม เช่น Bumnarn Mungme 85/65 และ Bumnarn Mungme 85/55 Plus

 

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากทุกช่องทางการขายหลัก โดยช่องทางตัวแทน (Agency) ที่สามารถสร้างเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่เติบโตถึง 136% คิดเป็นมูลค่า 351 ล้านบาท ขณะที่ช่องทาง Broker ทำผลงานเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ 79% หรือ คิดเป็นมูลค่า 250 ล้านบาท และ ช่องทางออนไลน์ (Internet Sale) ที่ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและต่อเนื่อง โดยครองอันดับ 4 ในตลาดได้อย่างมั่นคง สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล โดยมียอดเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่อยู่ที่ 67 ล้านบาท

ทางด้านไตรมาส 4/68 บริษัทได้วางกลยุทธ์ Omni-Channel ผ่านการพัฒนาและปรับปรุง Touch Points ทุกจุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการซื้อประกันออนไลน์ ที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และ ลูกค้าสามารถ Customixed ปรับแต่งความคุ้มครอง ได้ตามความต้องการเฉพาะของตัวเอง หรือ จะเป็นระบบ iService ที่ดูแลลูกค้าหลังการขายอย่างใกล้ชิด ให้ลูกค้าอุ่นใจและสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตลอดเวลา  

รวมถึงยังมีแคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเจาะฐานลูกค้าทุกเจเนอเรชันที่ต้องการวางแผนภาษีและการเงินอย่างคุ้มค่า โดยมุ่งผลักดันยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี เช่น Hero 10/1, Hero 10/3 และ Hero 10/5 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถปิดปี 2568 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 2,600 ล้านบาท

 

สำหรับปี 2569 ด้วยการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Level Up Consumer Experience) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการวางแผนการเงินระยะยาว ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อน Data-driven Insurance เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเข้าถึงง่าย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ รวมถึงการเสริมศักยภาพเครือข่ายตัวแทนคุณภาพ และ ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่กว่า 3,000 ล้านบาท หรือ เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

ส่วนพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน อยู่ที่ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล 30% หุ้นกู้เอกชน 45% และ เงินกู้อื่นๆ ซึ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน อยู่ที่ 3.9-4% โดยบริษัทฯ มีนโยบายลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น

 

ส่วนปี 2569 สัดส่วนการลงทุนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งบริษัทฯ เน้นกลยุทธ์ด้วยการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการลงทุน โดยตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ที่ 3.7% และ เพิ่มเงินลงทุนเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

 

 ส่วน แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ในแผนของบริษัทอยู่แล้วเมื่อมีความพร้อมในทุกๆด้าน และการที่พอร์ตบริษัทเติบโตก็มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่แล้วและคาดว่าจะจะเกิดขึ้นในปี ซึ่ ปี 69 หรือ ปี 70  ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท และ มีโอกาสที่พอร์ตการลงทุนแตะ 10,000 ล้านบาท