สภาพัฒน์เผยจีดีพีไตรมาส 3 โต 1.2 % ลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส คาดทั้งปี 68 จีดีพีโต2% ปีหน้าโต1.7%

Categories : Update News, Economy

Public : 17/11/2025

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 ขยายตัวได้ 1.2% ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 2.8% ซึ่งหากปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะลดลง 0.6% จากไตรมาส 2/68 โดยเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาสมอง

ทั้งปี2568 คาดว่าจีดีพี โต 2%  เนื่องจากส่งออกเริ่มเห็นสัญญาณชะลอ ส่วนปี 2568  ประมาณการที่ค่ากลางจีดีพี จะโต 1.7% โดยมีปัจจัยเสี่ยงสงครามการค้า  รวมถึงเศรษฐกิจโลกชะลอ  และมีปัญหาการถูกสวมสิทธิส่งออก  ในขณะเดียวกันหนี้ภาคธุรกิจ-SMEs ยังสูง

     

ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทย ขยายตัวได้ 2.4%

– ด้านการใช้จ่าย พบว่า การอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่การส่งออกสินค้าชะลอตัวลง ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาล การลงทุนภาครัฐ และการส่งออกบริการลดลง

ด้านการผลิต การขายส่งและการขายปลีกขยายตัวเร่งขึ้น ส่วนสาขาเกษตรกรรม สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และสาขาการก่อสร้างปรับตัวลดลง

– ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.76% ต่ำกว่าไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.88% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ยังติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ -0.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เฉลี่ยอยู่ที่ 0.8%

– ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.7 พันล้านดอลลาร์ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนก.ย.68 อยู่ที่ 262.4 พันล้านดอลลาร์ และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนก.ย.68 มีมูลค่าทั้งสิ้น 12.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64.8% ของ GDP

       

“เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ส่วนหนึ่งมีผลมาจากความเชื่อมั่นด้วย ซึ่งในช่วงนี้ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองค่อนข้างเยอะในช่วงนั้น และมีปัจจัยภายนอกจากความขัดแย้งกับกัมพูชา ส่วนปัจจัยภายในมาจากภาคการผลิตที่มีผลกระทบเยอะ เนื่องจากมีการปิดโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้การผลิตลดลง” น.ส.อ้อนฟ้า ระบุ

 

ส่วนการที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส จะมีโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้หรือไม่นั้น เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า หากพิจารณาเฉพาะแค่ข้อมูลในส่วนนี้ อาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่ามีโอกาสจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะประเด็นนี้ต้องพิจารณาข้อมูลจากหลายด้าน ทั้งข้อมูลด้านการเงิน และด้านการคลังประกอบกันไปด้วย

 

“การพิจารณาเรื่องนี้ ต้องดูหลายด้าน เพราะเรื่องเศรษฐกิจต้องดูทั้งข้อมูลการเงิน การคลังประกอบกัน การจะคาดการณ์ว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน หากจะมองเพียงเท่านี้ อาจยังไม่เพียงพอ” เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุ