FETCO-ชมรมวาณิชธนกิจ ผนึกแก้วิกฤตศรัทธา หุ้น IPOต่ำจอง !!! จ่อขอ ก.ล.ตผ่อนเกณฑ์การจัดสรรหุ้นIPO ให้สามารถจัดสรรให้ผู้บริหาร คนใกล้ชิดหรือบุคคลในกลุ่ม พนักงาน บริษัทที่จะเสนอขายไอพีโอได้ เหตุเป็นกลุ่มที่เข้าใจและพร้อมเติบโตไปกับบริษัท ชี้สัดส่วนที่เหมาะสม40% หวังเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แก้เกมส์ ตั้งขาย ATO ทุกตัว ยอมรับตลาดไอพีโอ แห้งหด !!! จากเคยระดมทุน1แสนล้านปี65 ลดเหลือ 1.2หมื่นล้านปี 68
Categories : Update News, Stock Market
Public : 25/11/2025FETCO-ชมรมวาณิชธนกิจ ผนึกแก้วิกฤตศรัทธา หุ้น IPOต่ำจอง !!! จ่อขอ ก.ล.ตผ่อนเกณฑ์การจัดสรรหุ้นIPO ให้สามารถจัดสรรให้ผู้บริหาร คนใกล้ชิดหรือบุคคลในกลุ่ม พนักงาน บริษัทที่จะเสนอขายไอพีโอได้ เหตุเป็นกลุ่มที่เข้าใจและพร้อมเติบโตไปกับบริษัท ชี้สัดส่วนที่เหมาะสม40% หวังเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แก้เกมส์ ตั้งขาย ATO ทุกตัว ยอมรับตลาดไอพีโอ แห้งหด !!! จากเคยระดมทุน1แสนล้านปี65 ลดเหลือ 1.2หมื่นล้านปี 68
ตลาดหุ้นไอพีโอ ปี2568 เผชิญความท้าทายอย่างหนัก นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น หุ้นเกือบทุกตัวที่เข้ามาซื้อขาย “มีภาวะต่ำจอง” นักลงทุนขาดทุน
ปรากฎการณ์หุ้นต่ำจอง !! มีการหารือร่วมกัน ว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไร ตั้งราคาขายแพงไป บริษัทผู้ออกได้ราคาและเม็ดเงินระดมทุนตามเป้าหมาย ที่ปรึกษาการเงิน ได้ค่าบริการตาม%ที่คิดบนมูลค่าการระดมทุน
นักลงทุน=ขาดทุน !! ขาดความเชื่อมั่น แม้จะรู้และตระหนักดีว่า การลงทุนมีความเสี่ยง
สถานการณ์หุ้นต่ำจอง!! ปล่อยไปตามกาลเวลาไม่ได้!! เพราะจะทำให้ ตลาดหุ้นไอพีโอ ตายได้ หดหายลงไปทุกวัน ความสนใจ จะเข้าตลาดมาระดมทุนของธุรกิจหายไป สุดท้าย “ ตลาดหุ้นไทย” ก็จะมีขนาดที่เล็กลง!!!
ล่าสุด 25 พ.ย 2568 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) นำโดย
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานFETCO ได้หารือร่วมกับ ชมรมวาณิชธนกิจ(ชมรมไอบี) นำโดย นาย สมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะประธานชมรมวาณิชธนกิจ (Investment Banking:IB)ได้หารือร่วมกันเพื่อแก้วิฤตศรัทธาที่เกิดขึ้น !!!
นายสมศักดิ์ กล่าวภายหลังการหารือว่า ที่ประชุมมีการหยิบยกประเด็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กับสถานการณ์ตลาดหุ้น“ไอพีโอ ”ต่ำจอง ซึ่งสรุปได้ ว่า เป็นผลมาจาก 1. นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น 2.เป็นผลจากการออกกฎเกณฑ์ของทางการที่ผ่านมาซึ่งชัดเจนทำให้ต้นทุนของบริษัทที่จะเข้ามาระดมทุนเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยเฉพาะชัดๆคือเรื่องทางบัญชีและงบการเงิน เพื่อเพิ่มคุณภาพบริษัทที่จะเข้ามาระดมทุน และ 3. ในเรื่องของสัดส่วนการกระจายหุ้น ที่มีเกณฑ์ในเรื่องของผู้มีอุปการคุณ การจัดสรรค์ให้นักลงทุนทั่วไป ที่มองว่าอาจไมาเหมาะสมในสภาวะตลาดและสภาพแวดล้อมการลงทุนรวมในปัจจุบัน
ดังนั้น คณะทำงานจึงเตรียมเสนอคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) พิจารณาปรับเกณฑ์การจัดสรรหุ้น IPO ให้กับผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท ซึ่งรวมไปถึงกรรมการ บุคคลที่เกี่ยวข้องในวง และพนักงาน(RP) เพิ่มขึ้น และมองว่าสัดส่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันคือ 40%ของสัดส่วนการกระจายหุ้น ที่อยู่เกณฑ์กำหนดไว้ว่าจะต้องกระจาย 25% ซึ่งในสัดส่วนนี้ให้เพิ่ม%การจัดสรรให้กลุ่มบุคคลที่สัมพันธ์กับบริษัท พนักงาน ผู้บริหารหรือ กลุ่มบุคคลในกลุ่ม
“ เหตุผลของการขอเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนประเภทนี้เพื่อ ต้องการเพิ่มนักลงทุนระยะกลางและยาว และเป็นกลุ่มที่เข้าใจธุรกิจและรู้จักบริษัทเป็นอย่างดี พร้อมถือหุ้นเพื่อเติบโตไปพร้อมกับบริษัท ซึ่งแตกต่างจากตอนนี้ ที่หุ้นไอพีโอ ถูกจัดสรรให้นักลงทุนทั่วไป และมีความคิดลงทุนหุ้น ไอพีโอ วันเดียว ที่พูดแบบนี้จะเห็นว่า วันแรกที่หุ้นไอพีโอ เข้า เทรด มีการตั้งขายที่ราคา ATO เกือบทั้งนั้นและแถมไม่เห็นกานเข้ามารับเลย และหากยังคงเป็นแบบนี้ ตลาดหุ้น “ไอพีโอ” คงไม่น่าสนใจและคงไม่มีธุรกิจไหนอยากเข้ามาระดมทุน เพราะสภาพแม้ธุรกิจจะดี แต่เวลาจะขายหุ้นได้ราคาที่ได้ไม่สะท้อนมูลค่า และนี้ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่การเข้ามาระดมทุนหรือขายไอพีโอลดลง !!

ตลาดหุ้นไอพีโอ ซบเซาหนัก ทิศทางการระดมทุนของ IPO ลดลงทั้งในแง่ของมูลค่าการระดมทุนและจำนวนบริษัท โดยในปี 2565 เคยมีการระดมทุนในระดับ 1 แสนล้านบาท จำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ราว 30-40 แห่ง แต่ปี 2566 ลดลงเหลือ 4 หมื่นล้านบาท ปี 2567 ลดมาอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท และล่าสุดปี 2568 เหลือเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนใหม่เพียง 17 แห่ง ซึ่งต่ำกว่าคาดมากและหากยังคงเป็นแบบนี้ ในปี 2569 ก็ไม่อยากนึกภาพว่า จะเป็นอย่างไร!!
“ มองว่าถึงเวลาที่ทางการต้องมีการปรับและผ่อนปรนบ้างเพื่อให้ดข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัจจุบันที่ ระบบเศรษฐกิจและตลาดหุ้นได้รัลผลกระทบ จีดีพีโตต่ำ แต่เกณฑ์ที่ใช้กันอยู่ออกมาในยุคเฟื่องฟู ดัชนีเหนือ 1,600 ราคาไอพีโอวันแรกพุ่ง200% จึงเป็นที่มาของการกำหนดสัดส่วนการจัดสรร ผู้มีอุปการคุณ และผู้เกี่ยวข้องเพราะต้องการคุมความร้อนแรง ของราคา แต่ ปัจจุบันนี้ไม่ใช่และต้องมีการปรับบ้าง” ประธานชมรมไอบีกล่าว
สำหรับในประเด็นการตั้งราคาว่าแพงบอกเลยว่าไม่ใช่ ทุกอย่างคำนวณบนพื้นฐานและข้อมูลธุรกิจ รวมถึงการลดราคาลงมาด้วย แต่เมื่อตลาดไม่เอื้อ ความเชืีอมั่นนักลงทุนไม่มีพร้อมจะขายทุกราคาในวันแรก ภาพรวมไอพีโอจึงเป็นแบบนี้
ขณะที่ใส่ส่วนของบทวิเคราะห์ของสำนักต่างๆที่ออกมาก็เช่นกัน วิเคราะห์และให้ราคาเป้าหมาย บนพื้นฐานของธุรกิจ และไม่ถือว่าผิดเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายแล้วราคาลดลง
นอกจากนี้จะมีการหารือเพื่อทบทวนกฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบบางอย่างให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน และเอื้อกับผู้ออกหลักทรัพย์ได้บ้าง และสร้างความจูงใจให้บริษัทเข้ามาระดมทุน โดยไม่ได้หมายความว่าต้องหย่อนเกณฑ์ แต่เป็นการพิจารณาลดกระบวนการให้คล่องตัว รวมทั้งอาจต้องเพิ่มระดับการกำกับดูแลบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มีความสมดุลควบคู่ไปกับการยกระดับกำกับดูแลบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียน
"ผมเชื่อว่าการคัดคุณภาพเด็กเข้าไปในโรงเรียนเข้มข้นมาก ก็ไม่ได้การันตีว่าเด็กเข้าไปแล้วจะดี ควรจะเข้าไปกำกับดูแลหลังจากเด็กเข้าไปแล้วให้ยังรักษากฎระเบียบได้อย่างไรมากกว่า"นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ ยังได้พูดถึงกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) กับบทบาทคนทำIPO ถูกก.ล.ต. พักความเห็นชอบ ว่า ก.ล.ต. ลงโทษ FA ที่ทำงานไม่เรียบร้อย ในขณะที่ยื่นคำขออนุญาต ซึ่งคำขออนุญาตเหล่านั้นไม่ถูกอนุญาตออกมา กรณีที่มีปัญหาถูกถอนไฟลิ่งออกไปไม่ได้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ จึงไม่ได้หมายความว่าFA นำดีลไม่ดีเข้ามาแล้วถูกลงโทษ เพราะบริษัทที่ไม่มีคุณภาพก็ไม่ได้เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์
ด้านนายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาดตลท.ระบุว่าในการหารือครั้งนี้ยังได้มีการพูดถึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันและบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ที่บางแห่งมีกองทุนรวมสำหรับลงทุนในธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดเล็ก โดยทาง FETCO ระบุว่าจะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ถึงความเป็นไปได้หรือแนวทางสนับสนุนให้มีการตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มองว่าจะเข้ามาช่วยหนุนหุ้น IPO ขนาดกลางและเล็กที่แต่เดิมจัดสรรให้รายย่อยเป็นส่วนใหญ่
