ภัยพิบัติรุนแรง!! เขย่าระบบประกันวินาศภัย น้ำท่วม–แผ่นดินไหวดันต้นทุนพุ่ง จ่อปรับเบี้ยรับมือความเสี่ยง-มองปี69 เบี้ยประกันภัยรับรวม ทะลุ3แสนล้าน !! เดินหน้าตั้งกองทุนรับมือภัยพิบัติ
Categories : Update News, Insurance
Public : 22/12/2025ภัยพิบัติรุนแรง!! เขย่าระบบประกันวินาศภัย น้ำท่วม–แผ่นดินไหวดันต้นทุนพุ่ง จ่อปรับเบี้ยรับมือความเสี่ยง-มองปี69 เบี้ยประกันภัยรับรวม ทะลุ3แสนล้าน !! เดินหน้าตั้งกองทุนรับมือภัยพิบัติยึดโมเดลเดิมเงินกองทุน5หมื่นล้าน!!

ดร.สมพร สืบถงิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย(TGIA) พร้อมกรรมการสมาคม แถลงทิศทางธุรกินประกันวินาศภัยปี2568และแนวโน้มปี 2569
โดยกล่าวว่า ปี 2568 ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติรุนแรงหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และสะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างความเสี่ยงในระบบประกันวินาศภัยอย่างชัดเจน ขณะที่แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายจากภัยธรรมชาติที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น
ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2568
ทั้งนี้ ข้อมูล 9 เดือนแรกของปี 2568 ระบุว่า เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ประมาณ 2.1 แสนล้านบาท เติบโต 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน • ประกันภัยรถยนต์ เบี้ยประกันภัยรับราว 1.8 แสนล้านบาท เติบโตเพียง 1.58% สะท้อนการแข่งขันสูงและกำลังซื้อที่ชะลอตัว • ประกันอัคคีภัยและประกันทางทะเล มีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 5.41% • ประกันสุขภาพ เติบโตโดดเด่นที่สุด เบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 20.9% ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
“ ทั้งปี 2568 คาดว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะขยายตัวในกรอบ 2–3% โดยเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงอยู่ที่ประมาณ2.92–2.95 แสนล้านบาท“
ปี 2569 ความเสี่ยงเพิ่มจากภัยธรรมชาติ ดันเบี้ยประกันขยับขึ้นหนุนประชาชนซื้อประกันเพิ่มดันเบี้ยรวมทะลุ 3แสนล้าน
ในปี 2569 ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเผชิญแรงกดดันจากภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะน้ำท่วมและแผ่นดินไหว ส่งผลให้ต้นทุนค่าสินไหมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คาดว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะอยู่ที่ประมาณ 3.01–3.03 แสนล้านบาท เติบโต 4–5% จากการที่ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงมากขึ้น และหันมาทำประกันภัยน้ำท่วมและประกันภัยแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปรับเบี้ยประกันเพิ่ม
อย่างไรก็ตามความต้องการเข้าถึงระบบประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนของผู้ประกอบกานเพิ่มจากภัยพิบัติที่รุนแรงจะหนุน ให้รบริษัทประกันมีแนวโน้ม ปรับขึ้นเบี้ยประกันภัย เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
เศรษฐกิจโตต่ำ ภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.2–2.2% โดยการลงทุนภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคเอกชนยังเผชิญความไม่แน่นอน
ประกันรถยนต์–น้ำท่วมใต้ กดดันต้นทุน
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 มีแนวโน้มปรับเบี้ยประกันให้เหมาะสมกับสภาพความเสี่ยงที่แท้จริง โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการรับประกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อผลประกอบการของธุรกิจประกันวินาศภัยในระยะถัดไป
ตั้งกองทุนประกันภัยภัยพิบัติ 5หมื่นล้าน
นอกจากนี้ทางสมาคม จะร่วมกันหน่วยงานกำกับเดินหน้าจัดตั้งกองทุน เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่จะรุนแรงขึ้นซึ่งในอดีตเราเคยมีกองทุนประเภทนี้มาแล้วตอนน้ำท่วมใหญ่และยกเลิกไปหลังกลับมา
” เงินกองทุนเบื้องต้น5หมื่น ยึดวงเงินของกองทุนในอดีต ที่เคยตั้งมา “เงินกองทุนจะมาจาก3ส่วนจากรัฐจากผู้ประกอบการและจากประกันภัยต่อ และถ้าอดีตเราไม่ยกเลิกถึงตอนนี้ กองทุนนี้เงินกองทุนจะเพิ่มขึ้น มากแล้ว ”
น้ำท่วมภาคใต้ มีจำนวนกรมธรรม์เรียกร้อง 6หมื่นล้านคิดค่าเสียหาย 1.6หมื่นล้านบาทและคาดว่าความเสียหายทั้งหมด 2.3-2.7หมื่นล้านบาทและไม่กระทบ เพราะมีเงินกองทุนสูงกว่า200% และภาระสินไหมยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบเงินกองทุน
