ทีทีบี เปิดบริการ! โอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวนครั้งแรก ลดค่าธรรมเนียมเหลือ 300 บาท คาด! เพิ่มสัดส่วนการค้าเงินหยวนเป็น 30–40% ภายในปี 69

Categories : Update News, Finance

Public : 05/02/2026

ทีทีบี เปิดบริการ! โอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวนครั้งแรก ลดค่าธรรมเนียมเหลือ 300 บาท คาด! เพิ่มสัดส่วนการค้าเงินหยวนเป็น 30–40% ภายในปี 69

ทีทีบี เปิดให้บริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน สำหรับลูกค้านิติบุคคล เพื่อรองรับผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับคู่ค้าจีน โดยการโอนเงินผ่านระบบ API ทำให้คู่ค้าในจีนได้รับเงินครบตามจำนวนที่ระบุ ลดภาระค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลาง พร้อมกำหนดค่าธรรมเนียม 300 บาทต่อรายการ

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ปี 69 เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าที่เข้มข้นขึ้น สะท้อนจากดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกดีขึ้นเป็น 2.4% ขณะที่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่จีนเติบโตจากแรงหนุนด้านการส่งออก และมีบทบาทด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทานในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนไทย มองว่า แม้ปีที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออก แต่ในปี 69 นี้ ผู้ส่งออกจะเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งแนวโน้มการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตร (Friendshoring) กฎด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และความสำคัญของข้อตกลงการค้าทวิภาคี

ขณะที่ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี ประเมินว่าจะขยายตัวในกรอบ 1.5–1.6% ลดลงจากปีก่อนที่เติบโตราว 2.1–2.2% เนื่องจากแรงส่งจากภาคส่งออกที่อ่อนลง หลังจากปีที่แล้วการส่งออกขยายตัวสูงถึง 12% และมีโอกาสหดตัวในปีนี้

ทั้งนี้ เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของไทยส่วนใหญ่ยังชะลอตัว โดยมีเพียงการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นถดถอย แต่การเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัว หากสามารถเริ่มใช้จ่ายงบประมาณได้เร็ว จะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้บางส่วน

 

ด้านนางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) เปิดเผยว่า ในปีนี้ การค้าระหว่างไทยกับจีนขยายตัวสูงถึง 26.7% โดยกลุ่มลูกค้า SME มีสัดส่วนการนำเข้าจากจีน 46.7% สะท้อนบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศ

พร้อมมองว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าจากจีนจะยังคงไหลเข้ามาไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจีนยังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้ตามปกติ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนหันมาระบายสินค้าไปยังตลาดอื่นมากขึ้น

ปัจจุบัน ทีทีบี มีโซลูชันด้านการค้าระหว่างประเทศ อาทิ บัญชี ttb multi-currency account (MCA) ที่รองรับหลายสกุลเงินในบัญชีเดียว บริการ Trade Finance และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวน รวมถึงบริการ Single Yuan ที่สามารถโอนเงินได้ทั้ง Onshore และ Offshore

ล่าสุด ได้เปิดตัว “บริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน สำหรับลูกค้านิติบุคคล” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยช่วยให้คู่ค้าจีนได้รับเงินครบตามจำนวนที่โอน ผ่านแพลตฟอร์ม ttb business one จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารต่างประเทศประมาณ 1,200 บาทต่อรายการ พร้อมเพิ่มความสะดวกด้วยระบบตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้แบบเรียลไทม์

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนขยายบริการโอนเงินเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบโอนเงินสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา โดยตั้งเป้าให้ระบบแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. ปีนี้

ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนเมื่อเทียบกับเงินบาทราว 9% ขณะที่ เงินบาทเทียบเงินหยวนผันผวนเพียงประมาณ 3%

“เงินหยวน ถือเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเช่นเดียวกับเงินบาท ทำให้การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนนิ่งกว่า หากผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการใช้ดอลลาร์มาใช้เงินหยวน จะช่วยลดความผันผวนของต้นทุนได้”

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่งผลให้ผู้ส่งออกที่ใช้เงินดอลลาร์บริหารต้นทุนได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับเงินหยวน

ทั้งนี้ ทีทีบี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้เงินหยวนในการค้าของลูกค้าจากปัจจุบันราว 20% เป็น 30–40% ภายในปี 69 นี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME สามารถบริหารต้นทุนและความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้ชัดเจนมากขึ้น