SCB Julius Baer เปิดหลักสูตร “Wealth Planning Series” ยกระดับ Family Office – วางรากฐานความมั่งคั่งข้ามรุ่นอย่างยั่งยืน

Categories : Update News, Wealth

Public : 22/03/2026

บริษัทหลักทรัพย์ SCB Julius Baer เปิดตัวหลักสูตร “SCB Julius Baer Wealth Planning Series” ภายใต้แนวคิด “Prepare Today, Protect Tomorrow” มุ่งยกระดับมาตรฐานการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวไทยอย่างเป็นระบบ โดยเน้น “ธรรมาภิบาลครอบครัว (Family Governance)” และการบริหารผ่าน Family Office อย่างมืออาชีพ รองรับความซับซ้อนของสินทรัพย์และบทบาทของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น

หลักสูตรดังกล่าวรวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจาก Julius Baer, Baker McKenzie และ Family Business Asia มาร่วมถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายของครอบครัวไทยในยุคสินทรัพย์ข้ามพรมแดนและโครงสร้างความมั่งคั่งที่ซับซ้อน โดยจัดขึ้น ณ สำนักงาน Baker McKenzie ประเทศไทย

 

ชูธรรมาภิบาล – ลดความขัดแย้งในครอบครัว

Adrian Mazenauer ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด กล่าวว่า ในยุคที่ครอบครัวไทยขยายการลงทุนไปทั่วโลก ธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหัวใจของการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว โดยหลักสูตรนี้มุ่งช่วยวางรากฐานการส่งต่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับคุณค่าของแต่ละครอบครัว

ด้าน Grace Ng กรรมการผู้จัดการฝ่ายให้คำปรึกษาด้านความมั่งคั่ง จาก Julius Baer ระบุว่า ความโปร่งใสและกฎกติกาที่ชัดเจน จะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งต่อความมั่งคั่ง

ขณะที่ ณวพล วิริยะกุลกิจ กรรมการผู้จัดการ Family Business Asia ชี้ว่า “ความไว้วางใจ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครอบครัวสามารถพูดคุยเรื่องละเอียดอ่อนได้อย่างเปิดเผย ตั้งแต่การสืบทอดธุรกิจไปจนถึงการกำหนดคุณค่าร่วม

     

กฎหมาย-ภาษี เสริมเกราะป้องกันความมั่งคั่ง

ปัญญา สิทธิสาครศิลป์ พาร์ทเนอร์ (Tax and Wealth Management) บริษัท Baker McKenzie (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า การวางโครงสร้างกฎหมายและภาษีตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านภาษี จะช่วยลดความเสี่ยงให้ครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน Laura Hemrika ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Julius Baer Foundation กล่าวว่า การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Philanthropy) อย่างมีโครงสร้าง เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงสมาชิกต่างรุ่น สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม และเสริมอัตลักษณ์ของครอบครัว

 

เร่งยกระดับ Family Office สู่มาตรฐานสากล

Christos Anagnostopoulos กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายโซลูชัน/ที่ปรึกษาสำนักงานครอบครัว (เอเชีย) ของ Julius Baer ระบุว่า ครอบครัวไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้โครงสร้าง Family Office แบบองค์กร เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนของการลงทุนข้ามประเทศ พร้อมย้ำว่ามาตรฐานสากลจะช่วยให้บริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ Dawn Quek Principal จาก Baker McKenzie สิงคโปร์ ชี้ว่า การยกระดับ Family Office เป็น “กลยุทธ์สำคัญ” ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายของครอบครัวและความต้องการของสมาชิกแต่ละรุ่น โดยเฉพาะในครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างสินทรัพย์ซับซ้อน

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า Family Office ที่มีระบบและธรรมาภิบาลที่ดี จะช่วยเชื่อมคนรุ่นก่อนที่เน้นการรักษาความมั่งคั่ง กับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG เทคโนโลยี และการลงทุนที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

การเปิดตัวหลักสูตรครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ SCB Julius Baer ในการยกระดับมาตรฐานการบริหารความมั่งคั่งของไทย สู่การวางแผนระยะยาวที่โปร่งใส เป็นระบบ และสอดรับโลกการลงทุนยุคใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น