ธนชาตประกันภัย เปิดเกมรุกปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยโต 11% แตะ 1.3 หมื่นล้าน ชู AI-พัฒนาผลิตภัณฑ์ เจาะลูกค้ารายบุคคล เตรียมรุกตลาดประกันภัยบ้าน

Categories : Update News, Insurance

Public : 22/03/2026
 

ธนชาตประกันภัยประกาศแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้าขยายตลาดเชิงรุก ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 13,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อน   เตรียมรุกตลาดประกันภัยบ้าน  ภายใต้แนวคิด  “Disciplined Growth, Endless Opportunities” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของอุตสาหกรรม

 

นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทจะเน้นการทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้รถยนต์ยาวนานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลายมากขึ้น

 

ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ใหม่ 4 รูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ประกันชั้น 1 ถึงชั้น 3 เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในตลาดประกันภัยบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้าถึงเพียง 8% โดยมีแผนสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย เพื่อขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

 

ในด้านการดำเนินงาน ธนชาตประกันภัยเดินหน้าผสานเทคโนโลยีและ AI เข้ากับการให้บริการ ภายใต้แนวคิด “Technology + AI + Human Touch” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขาย การรับประกันภัย ไปจนถึงการเคลม ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับบทบาทของบุคลากรในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า

 

สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทจะเร่งขยายฐานลูกค้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและช่องทางการขายทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต

 

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเบี้ยประกันไม่สูง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น ในช่วงที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.55% มีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ที่ 537.7% สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท และคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (NPS) อยู่ที่ 78.6%

 

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่า อุตสาหกรรมประกันภัยยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัย และความแข็งแกร่งด้านการเงิน บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโต และยกระดับสู่การเป็นผู้นำที่กำหนดมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมประกันภัยไทยได้ในระยะยาว.